TYPE 2 SHOP

Type2 - - Talk => DIY on T3 => Topic started by: Hanniboon on March 20, 2011, 11:05:55 am



Title: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 11:05:55 am
ได้รับภารกิจมาจากการไป กทม. ว่าให้มาทำเรื่องนี้เสียหน่อย  ;D

ไม่รู้จะไว้ห้องไหน ไหนๆ ผมก็อ้างอิงจาก T3-Syncro อยู่แล้ว ก็ไว้ที่นี่หล่ะกัน
จึงขอเริ่ม ณ บัด now

ส่วนประกอบของระบบเครื่องเสียง และ ระบบ entertainment
1. ภาคแหล่งกำเนิดสัญญาณเสียง
2. ภาคแหล่งกำเนิดสัญญาณภาพ
3. ภาค interface กับผู้ใช้
4. ภาคสนับสนุน-ปรับปรุงสัญญาณเสียง
5. ภาคการขยายสัญญาณเสียง
6. ภาคลำโพง
7. ภาคแหล่งจ่ายไฟ 12 โวลท์ และ การเดินสายไฟ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 11:10:03 am
1. ภาคแหล่งกำเนิดสัญญาณเสียง

ปัจจุบัน เครื่องเล่นมีมากมายหลายอย่าง ซึ่งต่างก็มีข้อดี-เสีย ต่างกันไป วันนี้จะมาชี้ให้เห็นแต่ละอย่างเท่าที่นึกออก เท่าที่เคยนึกจะทำแต่อาจจะไม่ได้ทำด้วยเหตุใดๆก็แล้วแต่

1. Front End
(http://cdn3.iofferphoto.com/img/item/191/295/494/1-din-detachable-front-panel-hi-fi-car-dvd-player-389d5.jpg)
(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRWV4d0zwkRGf60G8kElv_e_XXQfuU4athW3xo8y9rOYpBiWcDaaw&t=1)

จะเห็นว่า ยอดนิยมนั้นมีอยู่ 2 ขนาด คือ 1ดิน กับ 2ดิน
1DIN = 180x50 mm
2DIN = 180x100 mm

ข้อดี
1. ทำมาเพื่อรถยนต์โดยเฉพาะ ออกแบบมาโดยคำนึงถึงข้อจำกัดของรถยนต์
2. ช่างที่ไหนก็ติดตั้งให้ได้ไม่ยาก
3. รองรับแหล่งกำเนิดสัญญาณหลากหลาย CD, วิทยุ , TV , MP3, ipod/iphone/ipad , ThumbDrive/MemoryCard ,บางรุ่นรองรับกล้องมองหลัง
4.รวมเอาแหล่งกำเนิดภาพและเสียง ภาค interface ภาคปรับปรุงสัญญาณ และภาคขยายเสียงไว้ด้วยกัน มีรีโมต มีปุ่มปรับโวลุ่มที่เข้าถึงได้เร็ว


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 11:18:45 am
ข้อเสีย
1. น่าเบื่อ  :P ติดแล้วไม่เท่ ไม่ค่อยสร้างสรรค์สักเท่าไหร่ แต่ก็นับว่า ง่ายที่สุด
2. จอเล็ก
3. ข้อจำกัดด้าน USB Device และ MemoryCard
ตรงนี้ต้องอธิบายเพิ่มเสียหน่อย
ฟรอนต์ มันจะใช้กับ USB ได้มันจะต้องมี ไดร์เวอร์ ลงไว้ด้วย
ปัญหาคือ ไดร์เวอร์ มีหลากหลายเวอร์ชั่นมาก แม้จะมีระบบมาตรฐานบ้าง แต่ก็ไม่รองรับกันและกันได้ทั้งหมด
กล่าวคือ เครื่องฟรอนท์จีน อาจจะรองรับ usb และ card ได้ไม่กี่ตัว ไม่กี่แบบ
ในขณะที่ เครื่องญี่ปุ่น หรือเครื่องยุโรป อาจจะรองรับได้มากกว่า ทว่า มากกว่าอย่างไรก็ไม่ยืดหยุ่นพอที่จะรองรับอนาคต เพราะไม่รู้ว่าไดร์เวอร์จะออกมาอีกกี่เวอร์ชั่น

4. สืบเนื่องจากข้อ 3 คือเรื่องความสามารถในการรองรับความจุ ของอุปกรณ์เก็บไฟล์
หลายคนไม่ทราบเรื่องนี้ ก็คือว่า แม้ว่าเราจะเอา card 8 gig มาใส่ มีเพลงอยู่ 1พันเพลง คุณอาจเล่นได้เพียง 200 เพลงเท่านั้น
นี่เป็นเพราะระบบ Memory Addressing ที่ไม่รองรับกัน เพลงที่อยู่ต้นๆ จะหาเจอ เพลงที่อยู่ท้ายๆ ก็ไม่เจอ เล่นไม่ได้

แน่นอน คุณก็ไม่สามารถเอา ฮาร์ดดิสก์พกพา มาเสียบฟร๊อนท์ แล้วเล่นได้ครบหมดทุกไฟล์ บางเครื่องถึงกับมีจำกัดไว้ว่า คุณจะเข้า sub-folder ได้เพียง 2-3 ขั้นเท่านั้น

5. ไม่สามารภแสดงชื่อเพลงได้อย่างถูกต้อง สืบเนื่องมาจากไม่มีตัวอักษร(front) ที่จะเอามาใช้แสดงผลได้สมบูรณ์
เวลาหาเพลงที่เป็นภาษาไทย ก็ได้แต่เดาเพราะเป็นตัวยึกยือ

6. ไม่สามารภมีฟังก์ชั่น "ค้นหา" เพลงได้


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 11:36:22 am
99% ของฟร๊อนท์ ที่มีในตลาดบ้านเรา มันออกเป็นสเตอริโอ ทั้งนั้น
อาจจะมีแบงเป็น หน้า/หลัง หรือ หน้า/หลัง/ซับ แต่ก็นับเป็นสเตอริโอทั้งสิ้น

เพราะการแบ่ง เราแบ่งตาม มิติ ของเสียงครับ มิใช่จำนวนลำโพง
ระบบสเตอริโอ แบ่งมิติเสียงเป็น ซ้าย-ขวา ส่วนซับนั้นก็แค่ขับสัญญาณความถี่ต่ำที่ดึงออกมาจากซ้าย-ขวา แค่นั้นเอง

ส่วน 4.1 หรือ 5.1 หรือ 7.1 นั้น ภาษาบ้านเราเรียกว่าระบบเซอร์ราวด์ ซึ่งจะคล้ายกับที่เราดูหนังในโรงภาพยนต์
(ยังแบ่งเป็นเทคโนโลยี Dollby , THX อีก ซึ่งจะขอข้ามไป หรืออาจไว้อธิบายวันหลัง)

การจะเป็นเซอร์ราวด์ได้นั้น ในสมัยแรกๆ อาศัยเพียงเอาระบบสเตอริโอธรรมดา เอามาหน่วงนิดนึง แล้วเอาไปออกลำโพงหลัง
ความรู้สึกที่ได้รับคือ ความก้อง เท่านั้นเอง
วิธีนี้นำมาใช้กับเครื่องเสียงรถยนต์ไม่ได้ผลนัก เพราะห้องโดยสารเล็ก (ใช้กับ T3 อาจจะได้แต่ยังไม่ได้ลอง)

เซอร์ราวด์ในยุคต่อมา เป็นระบบดิจิตอล ซึ่งสามารถหน่วงลำโพงแต่ละคู่ได้อย่างอิสระ ทว่า ก็ยังแบ่งอีกตามเทคนิก
1. เซอร์ราวด์สังเคราะห์ เอาต้นฉบับไฟล์เสียง(MP3) ซึ่งเป็นสเตอริโอ แล้วเอามาหน่วงด้วยซอฟท์แวร์ ที่เราคุ้นเคยกันก็คือ ตัวเอฟเฟคของ winamp ที่ทำให้เสียงก้องเสียงดีขึ้น

2. เซอร์ราวด์จริง ได้แก่ การดูหนังแผ่น DVD , BlueRay สาเหตุเพราะเขาบันทึกเสียงกันด้วยไมค์โครโฟนกันเป็นสิบๆ ตัว แต่ละแชนแนลถูกบันทึกแยกออกจากกันอย่างแท้จริง แล้วทำการเข้ารหัสลงในแทร็กของเสียง ถ้าระบบของเราเป็นแค่ 2 หรือ 2.1 มันก็แค่อ่านมาเพียงแชนแนลซ้าย-ขวา แต่ถ้าระบบของเราเป็น 7.1 มันก็เอามาใช้ครบทุกๆ แชนแนลเลย ระบบจริงที่เราคุ้นเคยที่สุดคงเป็นของคอมพิวเตอร์ ได้แก่ การ์ดเสียง Creative ภายในการ์ดเสียงจะมีชิพแยกรหัสสัญญาณ ที่ท้ายการ์ดเสียงก็จะมีแจ๊กลำโพงหลายตัว เช่น 7.1 ได้แก่ ลำโพงคู่หน้า ลำโพงคู่ข้าง ลำโพงคู่หลัง และ ซับ+เซนเตอร์ รวมทั้งสิ้นลำโพง 8 ตัว ใช้แจ๊ก 4 ช่อง
(http://www.lautsprechershop.de/hifi/images/heimkino_71.gif)

ลำโพงชุดข้างล่างนี้ ของผมเอง เอาไว้เล่นเกมส์โดยเฉพาะ เวลาไล่ยิงผีแล้วมันโผล่ออกมาข้างหลังนี่สะดุ้งโหยงเลย

(http://www.withss.com/wp-content/uploads/2010/04/Creative-Inspire-T7900.jpg)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: type2shop on March 20, 2011, 11:45:06 am
มารอฟังพ่อเลี้ยงต่อจ้าาาา


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Aoun on March 20, 2011, 12:02:39 pm
ว๊าว

ยอดเยี่ยมไปเลยเอก :)

เอาละเอียดหน่อยนะ กำลังจ้างน้อย  จะได้ยะคนเดียว ฮิฮิ

บวกให้ครับ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 02:23:06 pm
เล่าเรื่องฟร๊อนท์ ออกทะเลไปเรื่องระบบเสียง (Sound Processing)  ;D

ขอกลับมาที่เครื่องกำเนิดสัญญาณแบบที่สอง
2. อุปกรณ์ Portable
พูดชัดๆ ก็ได้แก่การเอาเสียงมาจาก โทรศัพท์มือถือ , ipad/iphone/ipod หรือแม้แต่ เครื่องเล่น Cd Walkman เป็นต้น
ถ้าไปญี่ปุ่น เมื่อสัก 7-8 ปีก่อนจะนิยมเครื่องเล่น MD เป็นอย่างมาก เวลาไปร้านขายเพลง จะมีให้เลือกทั้ง CD และ MD เลย แต่บ้านเราไม่นิยมเพราะผู้ผลิตสื่อไม่ทำออกมาขาย ซึ่งก็ถูกแล้วล่ะเพราะเดี๋ยวนี้ก็ล้าสมัยไปแล้วหันมาเล่นดิจิตอลกันหมด

หรือแม้แต่เครื่อง GPS ก็สามารถเล่นเพลงได้ทั้งนั้น

แน่นอน รวมถึง Notebook

(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTSe7vwdc3GMf4FsLnI3w5N5gFqJ72dgvnEDqZiNpXu0yOtTvvS)
เครื่อง MD

ข้อดี :
1. สะดวก เนื่องจากเราพกมันเป็นประจำอยู่แล้ว ขึ้นรถ เสียบแจ๊ค ฟังต่อ ลงจากรถ ก็เอาไปฟังต่อ
2. ก็สืบเนื่องจากข้อหนึ่ง เราจัด collection เพลงของเราไว้อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องทำซ้ำ ทำให้เรามีความคุ้นเคย เรียกว่า ไม่ต้องมองก็เลือกเพลง ปรับระดับเสียงได้
3. ประหยัด ไม่ต้องซื้อเครื่องเสียงติดรถยนต์อีกตัว
4. ส่วนใหญ่รองรับระบบกันกระแทก และ ทนมือทนเท้าได้พอสมควรเลยทีเดียว


ข้อเสีย :
1. เรื่องแบต ของพวกนี้มีแบตที่เล่นได้ต่อเนื่อง 4-6 ชั่วโมง เท่านั้น
2. ก็จากข้อ 1 ทำให้เราต้องมีเครื่องชาร์จติดรถ
3. สายยุ่งเหยิงไม่น่าดู ทั้งสายแจ๊กเสียง สายชาร์จ
4. Holder ก็ดูไม่ดี มันโจ่งแจ้ง ดูรกตา
5. ข้อจำกัดเรื่องการแสดงภาษาสำหรับพวกตัวเล็กๆ เช่น ipod หรือพวก MP3 player (แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกโน๊ตบุค, ipad และพวกมือถือที่ทำเรื่องภาษาไทยได้ดี)
6. ไม่สนับสนุนอุปกรณ์เสริม เช่นกล้องมองหลัง หรือ GPS
7. ความจุเพลง/หนัง มีจำกัด
8. ต้องการภาคขยายเสียง เพราะเสียงจะดังไม่ทั่วถึงห้องโดยสาร
9. ประเด็นเรื่องความปลอดภัย มันจะไปขัดขวางการทำงานของ airbag หรือไม่ เวลาเกิดอุบัติเหตุ มันจะกระเด็นมาโดนเราหรือไม่
10. มักจะไม่มีวิทยุ ทำให้พี่อ้วนไม่สามารถฟังอภิปรายไม่ไว้วางใจได้
11. กว่าจะลงจากรถได้ ถอดนั่นถอดนี่ ทิ้งไว้ก็ไม่ได้เดี๋ยวโดนทุบกระจก ทนแดดทนร้อนก็ไม่ดีนัก อบไว้ในรถมีสิทธิ์พัง
คงตลกดีถ้าหน้ารถ มีจอสามตัวเรียงเป็นตับ ทั้งเครื่องเล่นเสียง กล้องมองหลังอีกจอ และ GPS อีกจอ  :o

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่ามันมีข้อเสียเยอะ ทำให้ดี ก็ดูดี และเท่โคตร
แต่ต้องอาศัยฝีมือขั้นเทพ
(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSlFAdP_bXr79yvSBHVBGqfDVCVeazxCpyd7oBPgIIJDH4p4oBY)
(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcR1X6OPI4WnF1LFkUrrSIvJPC8qcfIllGndUH1dsly2Cv2ouaIB)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 02:37:02 pm
อุปกรณ์ portable อีกตัวที่น่าสนใจคือตัวนี้

(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQ_d1pqlNdJofGuV-RtrulUA3MCkzXqq8UPHnwMquz0uqy3M6BJ9Q)
เครื่อง tivoli audio เสียงดังใช้ได้ ฟังวิทยุได้ มีช่องเสียบเมมโมรี่ มีอแดปเตอร์จ่ายไฟ ต่อไปออกแอมป์ได้

หรือระบบนี้ ซึ่งเป็นระบบขั้นเทพ All in one ก็คือ ตัว Docking

(http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRYwVMBXNGzCiI8-Nm1BAheONuWU-JPIOh93QjQjyZZ4TO7VoxlSw)
ตัวบนนี้ของ Bose ถ้าคุณคุ้นเคยในวงการเครื่องเสียง จะรู้ดีว่ายี่ห้อนี้เทพขนาดไหน ไม่มี ipod/iphone ก็เสียบแจ๊ก Aux เอาก็ได้

(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRGLyD_xA_gooO962dafiqj20hNOV9My2IYQAtZM6u0ENtleWhO)

(http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQjc55vSuCAhseTzctJnDJqR-espebhfBGHJMtZ_0gVrJrBH8mV)
ของ PSP ก็มีนะจ๊ะ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 02:58:45 pm
3. เอาเครื่องเสียงบ้านมาจับใส่รถซะเลย

ตรงตัว คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
ทีวี เป็นทีวี วิทยุเป็นวิทยุ เครื่องเล่นซีดีเป็นเครื่องเล่นซีดี แม้แต่เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม selfSat ก็อยู่ในกลุ่มนี้ (แต่ถูกดัดแปลงมาเล็กน้อย)
หรือแม้แต่การเอาเครื่องเล่นเพลย์สเตชั่น เครื่อง Wii มาก็ยังได้

ข้อดี :
1. ทราบกันดีอยู่ว่า ถ้าในวงเงินเท่ากัน เครื่องเล่นในบ้านจะให้คุณภาพที่ดีกว่า (แต่ให้ไปดูข้อเสียซะก่อน)
2. ตลาด Hi-end มีให้เลือกมากมาย เอาอแมป์หลอดมาใส่รถกันเลยว่างั๊น
3. แค่บอกเพื่อนว่า รถกรูมีเพลย์อยู่ในรถ ก็เท่โค ตะ ระ แล้วให้ลูกให้หลานเล่นเวลารถติดไปส่ง/รับโรงเรียนก็คงดี
4. ฝรั่งนิยมใช้กันในระบบรถบ้าน

(http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQDkK0Xa3q6hBzDxZABX_Bs1HIh1SRuhPKvA2qcna25KGbcAYmSQw)

ข้อเสีย :
1. ข้อเสียเกือบทุกข้อของเครื่อง portable
2. บอบบาง เพราะไม่ได้ออกแบบมาให้เอามาใช้อย่างนี้
3. ไม่มีระบบรองรับแรงกระแทก ตกหลุมทีอาจดับไปเลย
4. ต้องดัดแปลงระบบจ่ายไฟ จริงอยู่ว่าส่วนใหญ่ก็มากับอแดบเตอร์แปลงไฟสลับเป็นไฟตรง ทว่า ไฟตรงที่มันต้องการดันเป็น 18, 24 หรือ 100 โวลท์ เป็นต้น สิ่งที่ตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ก็คือ สัญญาณระกวนที่มากับไฟที่แปลง
5. เหมาะกับรถบ้านที่จอดอยู่กับที่มากกว่า หรือขับไปจอดแล้วค่อยมาใช้งาน ไม่เหมาะกับการใช้งานขณะเคลื่อนรถ
6. เทอะทะมาก


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 03:23:13 pm
ไหนๆ ก็ ไหนๆ วันนี้ขอเอาให้จบเรื่องที่หนึ่ง

4. Car-PC
คอนเซพง่ายๆ จับเอาคอมพ์ มายัดใส่รถ
ทุกคนในที่นี้ คงคุ้นเคยกับคอมพ์บ้านกันดีอยู่แล้ว ระบบนี้ก็ไม่ต่างกัน มีเคส มีซัพพลาย มีเมนบอร์ด มีฮาร์ดดิสก์ มีแรม แค่นี้ก็ลุยกันได้แล้ว

จริงๆแล้ว โน๊ตบุค ก็อยู่ในกลุ่มนี้ ทว่า สิ่งแตกต่างสำคัญของโน๊ตบุก กับ carpc ก็คือ ซัพพลาย และ ระบบการแยกจอ แยกคีย์บอร์ด ออกจากกัน

ซัพพลายของ carpc เอาไฟจากแบตมาโดยตรงแล้วปรับไฟมาเลี้ยงบอร์ดให้ต่ำลง ( 12, 5 และ 3.3 Volt ) แปลงไฟตรงเป็นไฟตรง สัญญาณรบกวนจะน้อย และมันยังรู้อีกว่า มีการดับเครื่องปิดสวิทซ์ จะเข้าระบบ standby ให้เอง กลับมาสตาร์ทรถก็ฟังกันต่อได้เลยไม่ต้องบู๊ตใหม่

โน๊ตบุกส่วนใหญ่ ใช้ไฟเลี้ยงบอร์ดที่ 18 โวลท์

จอของ Carpc ก็เป็นอีกตัวที่น่าสนใจ
มันจะรับสัญญาณจากสายมอนิเตอร์ ( สาย D-Sub) แล้วยังมีขั้ว Aux Video เอาไว้ต่อกล้องมองหลัง หรือ รับสัญญาณมาจากเครื่องรับดาวเทียมได้ พอใส่เกียร์ถอย ก็จะตัดภาพไปที่กล้องมองหลังอัตโนมัติ เพลงก็เล่นไปไม่เกี่ยวกัน

จอ Carpc จะเป็น ทัชสกรีน แต่โน๊ตบุ๊กไม่ใช่
โน๊ตบุกที่เป็นทัชสกรีน หรือเครื่องพีซีที่เป็นทัชสกรีน ก็มี แต่แพงระยับ
(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRMIlSO-MW8xxjxSuWhgMzaTriObU8SVyzcwyGGB-r_ZB4K5DMS0Q)
HP All in one (Touch screen)

(http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSBBZ1caAVhRw285oSYtBAPPCNGjS0fjLa6-r-gXbAXWrN2CwkF)
Asus eee T91


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 03:36:54 pm
ไหนๆ ก็พูดเรื่องทัชสกรีน ขอขยายนิดนึง

ทัชสกรีน มีสองแบบ คือแบบ Resistive และแบบ Capacitive

จะไม่ลงลึก เอาแค่ว่า Capacitive นั้นแพงกว่า (และเป็นแบบที่ Apple ใช้ใน ipad/iphone แต่ไม่ใช่ลิขสิทธิเฉพาะของ apple )
แบบ Resistive นิยมแพร่หลายมากกว่าเพราะราคาถูก ได้แก่มือถือจอสัมผัส และเครื่องจอสัมพัสทั่วๆไปที่ราคาไม่สูง

ถ้าใครเคยหยิบยืม ipad/ipohone มาใช้ จะรู้ว่าการตอบสนองราบรื่นและสนุกแค่ไหน

นอกจากนี้ยังต้องดูว่ารองรับระบบ multitouch หรือไม่
คงเคยเห็นเวลาซูม-ย่อภาพ ใน ipad/iphone นั่นเป็นระบบ multitouch เวลาใช้สองนิ้ว มันจะรู้ว่าเป็นสองนิ้ว

แต่ระบบปรกติ หรือ single touch นั้น ทำไม่ได้ วางสองนิ้วมันจะนึกว่าเราจิ้มสองที่พร้อมๆกัน

ทั้งนี้ multitouch ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่บน resistive เท่านั้น

คอมพ์จะคิดว่า touchscreen ก็เป็นอุปกรณ์ชี้แบบเมาส์อีกชิ้นหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น จอทัชสกรีน ก็จะมีสามสาย คือสายไฟ สายสัญญาณ และสาย usb เหมือนกับเมาส์


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 03:44:45 pm
อีกทางเลือกของ CarPC คือชำแหละโน๊ตบุ๊ก

(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTl3DkOmhMVGSgtMbXRDa0rFgBeLRn3cN4LUBVwO03PVac-q7whbw)
(http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcR--8ve1VIGhg932y3laXDiVp4EClukXHmbbw79v2eFXcnUh9Px)

(http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRnFG2__rYRVkwYiLcTXz0g8Bmgl6wQpce1B-pjQFazfjHQPhl9)
กำลังเฉาะ

(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRiDdbf7pYjFEE4wYbepuu-qH0mUXwHJWAXCDtFhUyGCwp6QrHOjQ)
แบบนี้ก็มี


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 04:00:20 pm
ข้อดีของระบบ CarPC
1. ยืดหยุ่นมากที่สุด รองรับระบบทุกระบบ มีความหลากหลายสามารถเลือกอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ชอบ เลือกซอฟท์แวร์ที่ใช่ได้มากมาย ตลาดพันทิพสนับสนุนอย่างล้นเหลือ

2. รองรับไฟล์ได้ไม่จำกัด(จริงๆแล้วจำกัดแต่มันเยอะมากกกกกกกกกกกก)

3. เท่

4. ตอบสนองความต้องการได้ครบ ทำงานร่วมกับ กล้องมองหลัง , ดาวเทียม , GPS โดยใช้จอเพียงจอเดียว (สามารถต่อจอเพิ่มไปที่คนนั่งด้านหลังได้)
(http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRZ2HYbYuG2yVM-jgVqGpuKdg0eHMABc1DznMNFBttSJEgrZtiuEw)

5. รองรับระบบ OBD (ระบบอ่านการทำงานของ ecu ของรถหัวฉีด)
(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRyipioNxkxn9SGkifcy2hfVyqulfMz4QiYNd8JOKo55Kz4UzlI5A)

6. เชื่อมต่อ internet ผ่าน wifi หรือผ่าน aircard (หรือมือถือที่รองรับ)

7. การทำ Media Organize ทำได้ง่าย ทั้งเพลง ภาพ วิดีโอ ( iTune เป็นต้น) การหาเพลงๆเดียวจากเพลงนับหมื่นก็ทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องจำชื่อเพลงได้ด้วยซ้ำ

8. ใช้ไฟ 12 Volt ได้โดยตรง

9. ใช้เวลาบู๊ตน้อย เพียง 30-40 วินาทีนับแต่เปิดเครื่อง

10 รองรับการกระแทก / อุณหภูมิสูงได้พอสมควร ทั้งนี้ต้องอยู่ที่ฝีมือการติดตั้งด้วย

11. ติดตั้ง printer ไว้ในรถเลยก็ยังไหว ไปเที่ยว กลับมาที่รถก็พิมพ์แจกเพื่อนๆร่วมก๊วนได้เลย

12. ถ้าซีเรียสเรื่องคุณภาพเสียงในการดูหนังมากๆ ก็ต่อเป็น 4.1 - 7.1 ได้เลย เพราะรองรับเต็มพิกัด


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 20, 2011, 04:01:12 pm
ข้อเสีย

1.มีความซับซ้อนมากที่สุด ช่างติดตั้งเครื่องเสียงอย่างเดียวก็ทำไม่ได้ ช่างคอมพ์อย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องรวมกัน
(แต่ไม่ต้องห่วง ตามผมมาเรื่อยๆ เดี๋ยวทำได้เอง)

2. เพราะความซับซ้อน ทำให้การซ่อมบำรุงยาก

3. เท่าที่รู้ เท่าที่เห็น อุปกรณ์ usb ที่เอามาฟังวิทยุได้ ผมยังหาไม่ได้ที่ราคาไม่มาก ไม่ถึงกับต้องซื้อออนไลน์ (ภูธร ก็เงี๊ย)

4. ความยาวของสาย USB มีจำกัดคือประมาณ 3 เมตร อาจยาวได้ถึง 5 เมตรแต่อาจใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

5. USB อีกเหมือนกัน คือมันไม่สามารถต่อพ่วงได้อย่างไม่จำกัด เนื่องจากเมนบอร์ดจ่ายไฟเลี้ยงได้ไม่พอ
แต่ก็มีวิธีแก้ ก็คือดัดแปลงเอาไฟมาโดยตรงจากซัพพลาย การส่งข้อมูลก็เหมือนเดิม แต่ต่อพ่วงได้มากขึ้น

6.การติดตั้งอาจต้องดัดแปลง + เจาะ อาจต้องมีการเสียสละอะไรบางอย่าง เพราะพื้นที่จำกัด เช่นผมต้องสละแผงปิดฟิวส์เพราะปิดเก๊ะไม่ลง


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: type2shop on March 20, 2011, 09:05:32 pm
ถูกใจ + 1


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: nobody on March 21, 2011, 09:20:11 am
รอชมเช่นกันครับ

T.'3 [ 007 ]


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: kreang on March 21, 2011, 12:35:45 pm
เอา like ไปเลย++ ;D


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 21, 2011, 02:01:07 pm
อยากได้เรื่องไหนเป็นพิเศษ เช่น "ติดตั้ง ipad/iphone อย่างไรดี" (อันนี้ให้อรรถโดยเฉพาะ) ก็แนะนำได้นะครับ จะได้ลงได้ถูก เพราะถ้าต้องลงทุกแบบคงลำบากอยู่เหมือนกัน แต่ละอันมีความเฉพาะตัว

หรืออาจจะบอกว่า อยากได้ระบบ 4.1 , 5.1 เอาไว้ดูหนังเอวีโดยเฉพาะ จะได้แนะนำได้ถูก

หรือถ้าแค่อยากได้ดังสม่ำเสมอเท่ากันทั้งหน้า-หลัง ก็อีกแบบ อีกราคา

ขอบคุณทุก like ครับ  ;D


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: nobody on March 21, 2011, 03:09:08 pm
อยากได้เรื่องไหนเป็นพิเศษ เช่น "ติดตั้ง ipad/iphone อย่างไรดี" (อันนี้ให้อรรถโดยเฉพาะ) ก็แนะนำได้นะครับ จะได้ลงได้ถูก เพราะถ้าต้องลงทุกแบบคงลำบากอยู่เหมือนกัน แต่ละอันมีความเฉพาะตัว

หรืออาจจะบอกว่า อยากได้ระบบ 4.1 , 5.1 เอาไว้ดูหนังเอวีโดยเฉพาะ จะได้แนะนำได้ถูก

หรือถ้าแค่อยากได้ดังสม่ำเสมอเท่ากันทั้งหน้า-หลัง ก็อีกแบบ อีกราคา

ขอบคุณทุก like ครับ  ;D

ของ่ายๆก่อนครับแบบ คนไม่เป็นก็ต่อได้  ผมจะได้ทำเองแล้งวจะเอารูปมาให้ชม
  ต่อไฟ บวก ลบ เอาสายไหนดี
  ตัดต่อตรงไหน ดีที่สุดครับ

 
     เอาแบบเริ่มเลยครับพี่ ที่เหลือ เดียวผมมั่วเองครับ ;)
 


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: type2shop on March 21, 2011, 03:33:54 pm
เห็นเกริ่นนำและ....สนอยุ่ 2 อย่างตอนนี้

คือ CARPC กะ IPAD ได้โปรดชี้แนะ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 23, 2011, 07:42:09 pm
ต่อกัน ต่อกัน  ;D

2. ภาคแหล่งกำเนิดสัญญาณภาพ
ที่แยกออกมา เพราะมีสาเหตุครับ

แหล่งกำเนิดสัญญาณภาพ หลักๆ คงจะเป็น Analog RCA ซึ่งเรามักจะใช้แจ๊กสีเหลืองเป็นตัวแทนของสัญญาณภาพเสมอ
ไหนๆ ก็พูดถึงสาย RCA ขอกล่าวสักหน่อย

(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS9V8-Uj3-FuK4FnMFDb5Si3mDL31N_aMpGgTtDlpG5DyS9v7VB)


สาย RCA
สิ่งที่แตกต่าง จนมีผลต่อคุณภาพสัญญาณจริงๆ ได้แก่
1. การชิลด์ Shield

(http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQljjuz8I3VCWCAdcji-zochPpiFOMkQMUB9TGeqL1Ec_UeNgjw)
สายที่ขายในร้านคอมพ์ ส่วนใหญ่เป็นแบบไม่ได้ชิลด์ ทำให้ราคาถูก ซึ่งจะอยู่ที่ 80-100+ ต่อสามเมตร
การชิลด์จะช่วยลดสัญญาณรบกวนไปได้มากที่สุด ดังนั้นผมสรุปให้เลยว่า สาย RCA ที่ซื้อมาจากร้านคอมพ์ถูกๆ อย่าเอามาใช้กับรถ
ไม่ได้ว่ามันไม่ดี แต่มันไม่เหมาะเอามาใช้ในรถ ใช้ในบ้านน่ะไม่เป็นไรหรอก
อัพเกรดขึ้นมาสักหน่อย ก็จะได้แบบที่ชิลด์มา ราคาประมาณ 2-3 ร้อยบาท ต่อสาม-ห้าเมตร
ส่วนใหญ่ใช้วิธีดูเอาจากแพกเกจ ก็จะระบุว่า hi-en และมีแบรนด์ เช่น tomahawk (ถ้าจำไม่ผิดจะ made in malaysia) ยี่ห้อ monster cable ก็ดี หรือแม้แต่ยี่ห้อที่เป็น OEM ของเครื่องเสียงรถยนต์ชื่อดังๆ ก็มีเช่นของ Boswick ราคาที่มียี่ห้อดังก็จะอัพอีกริด คือราวๆ 5ร้อย
สำหรับผม tomahawk ก็พอแล้ว

2. connector
ธรรมดาก็ธรรมดา แต่อัพเกรดมาก็จะเป็นแจ๊กชุบทองเค ไม่ใช่ว่าจะสวยกว่า แต่ทองคำมีคุณสมบัตินำไฟฟ้าได้ดีกว่าเงินเสียอีก
ตรงนี้ขอบอกว่า ใช้มาเยอะ แต่ยังไม่เคยแยกออกความแตกต่างเลยสักที เอาเป็นว่าแล้วแต่รสนิยมและกำลังล่ะกัน

3. core
ซึ่งก็คือ แกนทองแดงที่อยู่ภายใน ยิ่งเป็นฝอยละเอียด ยิ่งดี ยิ่งแพง
สายที่เป็นฝอยละเอียด จะไม่แข็งแรง ขาดในได้ง่าย จึงต้องระวังในการเดินสาย
ข้อนี้เอาไปใช้ในการเลือกสายลำโพงด้วย เดี๋ยวอธิบายเพิ่มในหัวข้อลำโพง

(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS9zIKXsxKaM8lMdpaWACwO6JihpZqlVilHNEZndr219gHVqBM_Pg)
นี่เรียกว่าสาย multi-core

(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSurxer52BqSmgvKP1zAg7nlfC5DrAqwlVxaUp9G_dJN0IxHkNH)
ขั้วหุ้มทองเค และสายเป็นหุ้มฉนวนถัก


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 23, 2011, 07:57:15 pm
ประเด็นในการเลือกสาย RCA ก็คือ เลือกความยาวให้เหมาะสมมากที่สุด

สายยาว นอกจากจะแพงกว่า สายมันจะเหลือ และสิ่งที่มักจะทำอย่างเลี่ยงไม่ได้เวลาสายเหลือก็คือ ม้วนมันเอาไว้

การม้วนสาย จะทำให้การแทรกของสัญญาณรบกวนมีมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

เพื่อหลีกเลี่ยง ต้องเลือกสายให้ความยาวพอดีมากที่สุด แต่ต้องไม่สั้นเกินไป การต่อสายก็เป็นการทำให้สัญญาณรบกวนมากขึ้นด้วย

หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้ม้วนให้เป็นวงโตๆ เข้าไว้

มีเรื่องเกี่ยวกับการเดินสายสัญญาณด้วย เดี๋ยวเตลิดไปไกล ขอกลับมาก่อน


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 23, 2011, 08:06:25 pm
สัญญาณภาพ ผมก็กล่าวไว้ในส่วนของสัญญาณเสียงไว้แล้วค่อนข้างมาก

ประเด็นสำหรับเรื่องนี้ก็คือ การวางแผนเครื่องเล่น ว่าจะมีอะไรบ้าง

เราไม่อาจคาดหวังว่า จะมีจอสำหรับทุกสิ่งได้ อย่างที่บอก การที่หน้ารถเต็มไปด้วยหน้าจอสารพัด นอกจากล่อโจรแล้ว ยังรกและเปลืองที่

ส่วนการที่จะคอยสลับ ถอด-เสียบ แจ๊กไปมา คิดได้ทำได้ แต่ไม่ practical ครับ ยุ่งยากเกินไปจนขี้เกียจจะทำ

หลักง่ายๆ ในการออกแบบเครื่องเสียงรถยนต์ ให้คิดเสมอว่า คนใช้ "โคตรจะขี้เกียจ"
ไม่งั้น ระบบเปลี่ยนเกียร์ เล่นเพลง ที่พวงมาลัย คงไม่มี
สิ่งที่สำคัญกว่าความขี้เกียจคือ ความปลอดภัยในการขับขี่

การที่ไม่ต้องละสายตาจากถนน การที่เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆได้ง่ายรวดเร็ว จะทำให้เรามีสมาธิกับการขับขี่มาก
คงเห็นในหนังละครบ่อยๆ โทรศัพท์เข้า มือหาที่ลดเสียงเพลงไม่เจอ ชน
หรือ มัวแต่ก้มหาแผ่นเพลงมาเปลี่ยน เงยขึ้นมา ชน


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 23, 2011, 08:29:20 pm
เวลาออกแบบ จึงควรวางแผนให้เรียบร้อย และเผื่ออนาคต
เช่น
1. จะมีกล้องมองหลัง หรือไม่
2. จะมี GPS หรือไม่
3. ต้องเป็นจอสัมผัส หรือไม่
4. ต้องมีช่อง aux อื่นสำรองหรือไม่ เช่น ดาวเทียม หรือ การต่อกล้อง camcoder เอาไว้อวดเพื่อนๆ ในสิ่งที่เราไปถ่ายทำมา
5. อีนนี้คงต้องพูดถึง ก็คือ TV

TV
ที่ต้องเล่า เพราะเคยมีมาแล้ว แล้วก็เลิกใช้ไป
แต่ละจังหวัด จะมีคลื่นของแต่ละช่อง แตกต่างกัน

หมายถึงว่า ดูทีวีช่องนึง พอขับผ่านไปอีกจังหวัด ก็จะต้องหาคลื่นใหม่(ซึ่งไม่รู้ว่าคลื่นใด และการสแกนก็กินเวลาหลายนาที)
และการจะรับทีวี จะต้องมีเสาทีวี ซึ่งมักจะเป็นแบบ active หมายถึงว่าจะต้องมีการจ่ายไฟให้กับเสาเพื่อเอาไปขยายสัญญาณ
เสาพวกนี้ก็เหมือนเสาหนวดกุ้ง ภาพจะไหวตลอดเวลา
ข้อดีนิดนึงของเสานี้คือ เอาไว้รับ FM ได้ ดีกว่าเสาสไลด์

สัญญาณทีวี ก็คือ FM นี่แหละครับ มีระยะกระจายสัญญาณจำกัดเหมือนๆกัน
ปรกติเราฟัง FM ที่คลื่น 88-108 MHz
คลื่นทีวีจะอยู่ที่ 200 MHz ขึ้นไป (จำตัวเลขจริงๆไม่ได้)

บอกตรงๆว่า เวลาผมจะดูทีวี ก็คงเป็นตอนขับยาวๆ ซึ่งก็คือขับผ่านหลายจังหวัด ถ้าต้องมาสแกนหาทุก 30-60 นาที มันห่วยมากครับ

แต่มันก็มีข้อดีครับ ก็คือ ดูได้แม้ว่าตึกจะมาบังสัญญาณ (อย่างน้อยๆ ก็ได้ยินล่ะฟระ)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 23, 2011, 08:44:16 pm
3. ภาค interface
เช่น มีรีโมตหรือไม่ เปิด/ปิด ง่ายหรือไม่ เพิ่ม/ลดเสียง อย่างไร ยากมั๊ย ไวมั๊ย
การเข้าถึง เช่นการเปลี่ยนแผ่นซีดี การเปลี่ยนแผ่นเมมโมรี่ ทำได้ง่ายมั๊ย
การ browse หาเพลงที่จะเล่น ทำได้ง่ายมั๊ย

ถ้าชอบ Sony มีของเล่นอยู่ครับ
(http://www.gweep.net/~prefect/eng/cave/rmx4s.jpg)
เอามาแปะไว้ที่คอพวงมาลัยได้เลย ต่อเข้ากับ front ของ sony รุ่นใหม่ๆ ได้เกือบหมด (มีสายนะครับ อยู่ที่นิ้วก้อย)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 23, 2011, 09:11:52 pm
4. ภาคสนับสนุน-ปรับปรุงสัญญาณเสียง
พูดง่ายๆ ก็ ปรี (pre-amp) น่ะแหละ

ทำไมต้องมีปรีแอมป์
เอา analog ก่อนนะ
ก็สืบเนื่องมาจาก แอมป์ และ ลำโพง

อธิบายโดยการยกตัวอย่างล่ะกัน
สมมติเรามีลำโพงสองทางอยู่หนึ่งคู่ (ลำโพงสองทางคืออะไร เอาไว้อธิบายเรื่องลำโพง แต่อธิบายตรงนี้ว่าเป็นลำโพงขนาดพอดีๆ ที่มีลำโพงเสียงแหลมอยู่ข้างในในตัวเดียวกัน)

(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTQXOXK9kBRXACzJXE3o2ln1eaj3TMgLIOCc9w6U5-m_RbP6OrtFw)
ลำโพงสองทาง

แล้วเราก็ติดแอมป์อีกลูก เพื่อเอาไปขับซัพวูเฟอร์

เอาแค่นี้ก็แจ่มแล้ว ถ้าเราไม่มีปรี เราก็ปรับจาก front (ที่สนับสนุนการปรับเสียงแหลม/เบส ได้)
แอมป์แต่ละตัว จะมี pre ในตัวอยู่แล้วอีกด้วย ก็ไปปรับตรงนั้นอีกที
ทีนี้เสียงที่ได้ก็จะ "แจ่ม" ในระดับหนึ่ง

ข่าวร้าย เพลงแต่ละเพลง มีโทนที่ปรับมาจากห้องอัด ไม่เท่ากัน

เพลงบางเพลง อาจจะทำให้ลำโพงสองทางเสียงแตก (ต้องปรับปรีเพื่อลดเบสที่ไปที่ลำโพงสองทาง แล้วชดเชยด้วยการเพิ่มระดับที่สัญญาณไปที่ซับ)
บางเพลง ซับอาจจะกระแทกชวนอาเจียร (ต้องลดระดับ "ความถี่" ของซับ)
บางเพลง อัดมาแบบคาราโอเกะ ก็คือซ้ายมีเสียงร้อง ขวามีแต่ดนตรี
เพลงบางเพลง ต้องการให้เพิ่มเสียงที่ไปออกลำโพงหลังอีกเล็กน้อย มิฉนั้นคนข้างหลังจะไม่ได้ยินเสียงร้องเลย

การมีปรี จะช่วยให้การปรับพวกนี้ง่ายและรวดเร็ว มากกว่าการเข้าเมนูของ front ที่ไม่รู้อยู่ลึกขนาดไหน แล้วพอปรับไปแล้วอาจต้องปรับกลับมาที่เดิมภายหลัง

ประเภทปรี
1. แบบวอลุ่ม อีควอไลเซอร์
(http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS0oHc5rKnHWOh1nQVaeHrHua38fI9Efkp8un9EvtB9x_Flw34J)
ในรูป เรียกว่าแบบ 7 แบนด์
จากรูป ปุ่มซ้ายปรับความดัง(วอลุ่ม) ต่อมา น่าจะเป็นปรับบาลานซ์(อาจจะเป็น หน้า/หลัง หรือ ซ้าย/ขวา) ต่อมาคือปุ่มเล็กๆ เอาไว้เลือก input ก็คือสลับระหว่าง input ปรกติ กับ input เสริม( aux - เช่นเครื่องเล่น walkman หรือ cd-changer)
อีก 7 ปุ่มถัดมา คือ Band Eualizer เอาไว้ปรับเลเว่ลของความถี่ในช่วงต่างๆ

พูดถึง equalizer เราอาจคุ้นเคยกับแบบที่สองมากกว่า
2. แบบ กราฟฟิค อีควอไลเซอร์
(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQBWV5itrcKqSKJmERn9JEbFppYcE9A9hoMSZKR1hPE0ler4o8H)
ในรูปนี้ 10 แบนด์


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 23, 2011, 09:26:40 pm
หลักการ เหมือนกันทุกอย่าง
แบบกราฟฟิค เข้าใจง่ายดี จำง่ายว่าเพลงแบบไหน ต้องปรับให้เป็นโค้งอย่างไร
ข้อเสียคือ เนื่องจากความสูงของปรีมีน้อย การเลื่อนของแบนด์ก็น้อยตาม การปรับละเอียดจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก

แบบวอลุ่ม
ปรับง่่าย หมุนได้กว้าง ปรับได้ละเอียด
ข้อเสีย ต้องอาศัยเวลาเรียนรู้สักพัก แต่ถ้าใช้เป็นจะติดใจ  ;D

ถ้าถามผมว่า จำเป็นหรือไม่ ผมขอตอบว่า 50/50 มันขึ้นกับ "จำเป็น" ของแต่ละคน
ใช้งานจริงๆ ผมใช้แค่ 3 ปุ่มเอง คือ master volume และแบนด์แรก กับแบนด์สุดท้าย

ของผมมีตัวคุม "ความถี่ซับ" และ "วอลุ่มซับ" ด้วย ( Boswick 7ch) ซึ่งใช้บ่อยๆ เอาไว้คุมซับโดยเฉพาะ
(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRbAXpO7p2cRMWGxRjlVxtGWDYcX7x4vZomIBGlAybufobKvCyfjQ)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 23, 2011, 09:41:47 pm
ศัพท์อีกคำ ในวงการเครื่องเสียงก็คือ SNR หรือ S/R
SNR หรือ Signal to Noise Ratio ก็คือเอาค่า "กำลังสัญญาณ" ของ สัญญาณที่เราสนใจ มาหารด้วย สัญญาณที่เป็น noise
ปรกติ จะมีหน่วยเป็น dB(เดซิเบล) ยังไม่ต้องสนใจว่า dB หมายความว่าอะไร (ปรกติจะเข้าใจว่าเป็นระดับความดังของเสียง แต่จริงๆแล้วมันเป็นหน่วยวัด ก็เหมือนเมตร เหมือนกิโล น่ะแหละ) แม้แต่วิศวกร น้อยคนที่เข้าใจจริงๆว่าเดซิเบลคืออะไร ผมก็เข้าใจคร่าวๆ คืนครูไปหมดแล้ว

(http://frodo.tarad.com/shop/f/frodo/img-lib/spd_20090718132709_b.jpg)
จากรูปสเป็กของปรีตัวนี้ ค่า SNR ยิ่งเยอะ ยิ่งดี (ตัวหารน้อย ก็คือค่ามาก ตัวหารก็คือค่าของ noise )
SNR 120 นี่ก็ถือว่าดีพอสมควรครับ ของถูกๆ ก็อยู่ที่ 80-100 แต่ถ้าของเทพๆ เคยเห็นที่ 200 มั๊ง(เห็นกันไม่บ่อย)

อีกค่าคือ BOOST/CUT
เอาไว้บอกว่า ปรีตัวนี้ช่วยลด/เพิ่ม ความดังเสียงก่อนไปเข้าแอมป์ได้มากหรือน้อย
ก็ไม่จำเป็นนัก แต่ถ้ามองในแง่ของคุณภาพเสียงแล้ว ถือว่าสำคัญ

ปรกติ SNR ของปรี จะมีมากกว่าแอมป์ หรือแม้แต่ front
ดังนั้น ถ้ามีโอกาสที่จะทำการ "ขยายเสียง"ได้ ทำที่ปรีจะดีที่สุด เพราะทำแล้วสัญญาณรบกวน(แบบที่ดัง ซ่าๆๆๆๆๆ) จะน้อยที่สุด

หลักการปรับวอลุ่มปรี จะปรับดังนี้
front(70-90%)  Pre(10-90%) Amp(50-60%)

แต่ถ้าไม่ซีเรียส อันไหนปรับง่ายก็ปรับไปเถอะ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: type2shop on March 31, 2011, 12:21:39 am
เยี่ยมมากพ่อเลี้ยง รออ่านต่อเด๋อ......


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on March 31, 2011, 10:06:09 am
นึกว่าจะไม่มีคนเข้ามาอ่าน เดี๋ยวว่างจะมาต่อ  8)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: type2shop on March 31, 2011, 10:32:51 am
อ่านสิครับ พ่อเลี้ยง รถผมยังไม่มีเลยยยยย


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Nat670 on March 31, 2011, 12:45:24 pm
แจ่มครับ ได้ข้อมูลอีกเพียบ ;D ;D


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 01, 2011, 09:34:12 am
พอดีไปเจอรีโมต สำหรับติดพวงมาลัยมาเพิ่มอีกสองตัว เอามาลงไว้ก่อนเดี๋ยวมาว่ากันต่อ

(http://www.thevoice9d.com/images/product/accessories/RCB-147-600.jpg)
ตัวนี้เป็นอินฟาเรด เวลารัดกับพวงมาลัยต้องเอาไว้ข้างเดียวกันกับฟร๊อนท์
ข้อเสียคือ ถ้าเลี้ยวหรือพวงมาลัยอยู่ในตำแหน่งอื่น ก็จะยิงรีโมตไปไม่โดน

(http://www.thevoice9d.com/images/product/accessories/JVC_RM-RK39-01.jpg)(http://www.thevoice9d.com/images/product/accessories/JVC_RM-RK39-02.jpg)
น่าจะเป็นอินฟราเรดเหมือนกัน แต่ดูดีขึ้น สามารถถอดออกจากพวงมาลัยได้รวดเร็ว

สนนราคา ก็พันกลางๆ พันนิดหน่อย


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: BuG-BuS on April 03, 2011, 11:21:28 pm
กระทู้ดีๆ บวกให้นะคร๊าบบบ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 07:36:07 pm
ว่างๆ มาทำเนื้อหาต่อกัน ทิ้งไว้นานจะลืม

5. ภาคการขยายสัญญาณเสียง
ย้ำกันอีกครั้ง ถ้าคุณเลือก solution แบบใช้ front ตัวเดียว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องติดตั้งแอมป์
เหตุผล ฟร๊อนท์สมัยนี้ มีกำลังสูงพอสมควรอยู่แล้ว เช่น 40Watt x4ch + 60WattSub หาซื้อได้ไม่ยากเลย

แต่ถ้าชอบ "คุณภาพเสียง" ก็ต้องคบกับปรีแอมป์ ก็ต้องไปคบกับแอมป์ด้วย รวมแล้วก็เกินหมื่น ยังไม่รวมลำโพงเลย

ขึ้นอยู่กับโจทย์ และ ทรัพย์ที่มีน่ะ

เอาหล่ะ มาว่ากันเรื่องเทคนิกของแอมป์

ในภาษาวิศวกรรมไฟฟ้าอิเลคโทรนิค เราแบ่งแอมป์ ออกเป็น Class ได้แก่ Class AB , Class A , Class B , และ class D

ไม่ขอลงลึก เบาะๆ ข้อดี ข้อเสีย ดังนี้
1. Class A มีค่ากำลังขยายต่ำที่สุด แต่ข้อดีคือ เสียงดีที่สุด คลาสนี้ กำลังขยายที่เห็นในตลาดอยู่ที่ 100 วัตต เท่านั้น อ่อ แพงด้วย(ถ้าเอาวัตตมาเทียบกัน)



Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 07:52:42 pm
2. Class AB เป็นคลาสที่นิยมเอามาทำเครื่องเสียงรถยนต์มากที่สุด ราคาถูก ทำวัตต์สูงๆ ได้ ไม่ร้อนเท่าคลาสเอ แต่เสียงด้อยกว่าคลาสเอนิดนึง(นิดเดียวจริงๆ) พวก build-in ในฟร๊อนท์ก็เป็น AB ทั้งนั้น

3. Class D เป็นคลาสที่เอามาขับซับเท่านั้น เพราะซับเน้นที่กำลัง ไม่ใช่รายละเอียดมากนัก ที่สำคัญคลาสนี้ให้วัตต์สูงสุด

นอกจากนี้ ยังมีแอมป์น้องใหม่ ราคามหาโหด อีกแบบ ก็คือ แอมป์ที่มี optic หรือใช้กับสายออพติกนั่นเอง ซึ่งจะเรียกว่าระบบ SPDIF (มาจาก Sony Philips Digital Interface )

อันที่จริง ถ้าจะพูดให้ชัดๆ ก็คือ SPDIF เป็นชื่อ protocal การส่งข้อมูลแบบดิจิตัล เท่านั้น ไม่ได้หมายความจำกัดว่าเป็น optic อย่างเดียว ดังนั้น SPDIF ทีส่งสัญญาณผ่านสายทองแดง coax ก็ได้เช่นกัน

(http://images.sonicelectronix.com/images/123121/big/icbm51.jpg)
สังเกตุช่อง optic

ลองมองจากหลัง pc ของคุณเองก็ได้ ถ้าเป็นรุ่นที่สนับสนุน 5.1 ขึ้นไป มักจะมีช่อง SPDIF มาให้ ก็เอาไปต่อเข้ากับแอมป์บ้านที่เซ็ตไว้แล้วได้เลย




(http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/7/73/RG-59.jpg/400px-RG-59.jpg)
อันนี้สาย coax ที่เราคุ้นเคย มันก็สายเดียวกับสายสัญญาณทีวีที่มาจากหลังคานั่นแหละ (แต่มาตรฐานฉนวนจะต่างกัน)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 08:14:34 pm
ทำไมต้อง optic

ก็เพราะเราต้องการจะใช้การถอดรหัส ( THX or Dollby) นั่นเอง
เพราะปรกติแล้ว เครื่องเล่นที่ถอดรหัสได้ จะต้องใช้สาย RCA จำนวนมาก(ตามจำนวนลำโพงที่จะใช้แยก) ทำให้ไม่สะดวก แล้วยังมีการรบกวนในสาย RCA สูง
ถ้าใช้สาย optic แล้ว สายที่จะเดินจากแหล่งกำเนิดไปยังแอมป์ เหลือแค่สายออพติก เส้นเดียว

แต่ที่สำคัญที่สุด สัญญาณแทรก ไม่มีเลย!!!! ทำ SNR ได้มากถึง 120!!!

หลักการทำงาน เล่าง่ายๆ ว่า มันจะส่งสัญญาณออพติก ที่จะไปบอกตัวถอดรหัส(ที่อยู่ในแอมป์) จะบอกว่า ลำโพงตัวไหน(ย้ำว่า แต่ละตัวแยกอิสระ) ต้องมีเสียงอะไรออกมา ที่ความดังเท่าไหร่ เราก็จะได้ยินเสียงในหนังสมจริงราวกับนั่งโรงหนังกันเลย

อ่อ แต่ต้องเปิดจากแผ่น blue-ray หรือ dvd ที่บันทึกเสียงแบบ dollby มานะจ๊ะ พวก vcd หรือ mp-3 ไม่ได้ประโยชน์จากจุดนี้

ดังนั้น ถ้า 99.99% ของคุณคือ mp3 mp4 ก็ไม่ต้องเวอร์ไปใช้ digital amp หรอก


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 08:27:58 pm
Channel คืออะไร ก็คือ ช่องลำโพงนั่นเอง
Ch1 ก็คือลำโพงหน้าซ้าย Ch2 ก็คือลำโพงหน้าขวา (อาจสลับกันได้)
Ch3 Ch4 ก็คือ ลำโพงหลัง ซ้ายและขวา ตามลำดับ (อาจสลับกันได้)


LPF และ HPF คืออะไร???

LPF = Low Pass Filter
HPF = High Pass Filter

พูดง่ายๆ การกรองความถี่นั่นเอง
เพราะว่าลำโพงแต่ละชนิด ตอบสนองต่อความถี่แตกต่างกัน ลำโพงเสียงกลางและสูง ก็ขับเบสต่ำๆไม่ได้ (อาจจะได้ยินคล้ายเสียงลำโพงแตก) ลำโพงซับถ้าป้อนความถี่สูงๆ เข้าไปก็จะเสียงอื้อๆ ไม่ได้รายละเอียด

จากรูปแอมป์ข้างบน แชนแนล 1-4 จะมี HPF มาให้ เพื่อที่จะกรองความถี่ต่ำๆ ออกไป เพราะ 4 ช่องนี้เอาไว้ขับลำโพงเสียงกลาง และทวิตเตอร์
แชนแนล 5 ก็เอาไว้ขับซับ ก็จะมี LPF เอาไว้กรองความถี่สูงๆ ออกไป


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 09:24:33 pm
แล้วจะเลือกซื้อแอมป์อย่างไรดี

1. เลือกจำนวนลำโพงก่อนเลย จะได้รู้ว่าต้องใช้แอมป์กี่แชนแนล
รถตู้ของพวกเรา มันคันโต 2.1 อาจจะน้อยไม่ทั่วถึง ทว่าก็มีทางแก้ง่ายๆ
(http://www.pc-cm.com/modules/Forums/files/x3_812.jpg)
ชุดนี้ของ microlab ( รุ่น X3 2.1)  ราคา สองพันนิดๆ แต่เราเอามาแต่ลำโพงตัวเล็ก เจ้าซับตัวใหญ่ ยกให้คอมพ์คุณแฟนไป
คุณภาพเสียง ดีเกินตัวมากๆ ที่สำคัญ มันบิดได้ เราก็เอามาหันบิดไปได้ทั้งหน้า/หลังรถ จบ.
ข้อเสียที่เจอกับตัวเอง มันไม่มีขายึดจับ มาให้นะครับท่าน เห็นตัวเล็กๆ นั่น หนักนะครับ ต้องทำเอง แต่ไม่เกินความสามารถของช่างไทยหรอก หาร้านเครื่องเสียงรถยนต์ที่ฝีมือดีๆ ไปตีสนิทเขา จ่ายให้ร้าน ติ๊บให้ช่างบ้าง รับรองคบกันยาว

(แต่ไม่ได้กินตังค์ผมหรอก ติดเองจร้า -แม้จะไม่งามนัก)

(http://www.bose-speakers.org/wp-content/uploads/2011/02/bose-cube-speakers2.jpg)(http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS0PbkG3IOyaFWlZCx2mpiXfbQeiBnooVhUzvPN96273cu0mcZBhw)
อันนี้ของ Bose เทพๆ ของแท้ มีชื่อรุ่นว่า Bose Cube สนนราคา 22USD ต่อตัวนะท่าน ลองถามที่ อัสวโสภณ ดูนะครับ (ผู้แทนจำหน่าย) แต่เท่าที่ทราบ จะไม่ขายแยก(มาเป็นชุดกับชุด 5.1) ถ้าอยากได้แยกแค่คู่เดียว ต้องลองโทรไปถามดูกันนะครับ (รู้แล้วมาบอกผมด้วย อยากได้อีกสักคู่)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: type2shop on April 10, 2011, 09:27:41 pm
แหล่มๆๆ :)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 09:51:49 pm
ขอนอกเรื่องหน่อย ให้อรรถโดยเฉพาะ
(http://ecx.images-amazon.com/images/I/41eKastqNIL._AA300_.jpg)
(http://ecx.images-amazon.com/images/I/41vhxjCa7iL._AA300_.jpg)(http://ecx.images-amazon.com/images/I/41io%2BzyvLbL._AA300_.jpg)
http://www.amazon.com/PadDock-Stand-Speaker-Charge-Rotate/dp/B0047AETWO/ref=sr_1_9?ie=UTF8&qid=1302447242&sr=8-9
เป็น charger ด้วยนะ


เมื่อรู้ว่า จะใช้ลำโพงกี่ตัว ก็ว่ากันต่อว่า
2. กำลังวัตต์
เรื่องนี้ก็มาจาก จำนวนลำโพงนั่นเอง รู้จำนวนลำโพง ก็ต้องรู้กำลังวัตต์ด้วย
กำลังวัตต์ ที่พูดกันนี้คือ RMS ( Root Mean Square = ค่าเฉลี่ยแบบหนึ่งนั่นเอง) กำลังวัตต RMS จะบอกว่าลำโพงเราดังแค่ไหน
แอมป์ จะบอกกำลังขับวัตต์สูงสุด เช่น 2x40 หรือ 4x80 เป็นต้น ถ้าเป็น 2x40 ก็คือขับได้ช่ิงละ 40วัตต และมีสองช่องเป็นต้น
แต่เราเอาลำโพงที่วัตต์สูงกว่ามาต่อได้ครับ เช่นอาจจะเอาลำโพง 60,80 วัตต์มาใส่ได้
แต่ไม่ควรเอาลำโพงวัตต์ต่ำ มาต่อกับแอมป์วัตต์สูง อาจเผลอเปิดดังจนลำโพงพังได้

แล้ววัตต์เท่าไหร่จึงจะด๊
พูดกันตรงๆ 20 วัตต์/ตัว ก็พอแล้ว แต่ไหนๆ ติดตั้งแล้วก็น่าจะสัก 40 วัตต์/ช่อง เป็นอย่างน้อย 60 ได้ก็ดี(แต่ก็แพงกว่า) แต่ 80-100 ดูจะเผื่อแผ่ชาวบ้านมากเกินไป


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 10:00:54 pm
แล้วต้องรู้อะไรอีก

อิมพิแดนซ์ ( impedance ) หรือค่าความต้านทาน(เชิงมุม) ของลำโพง มีหน่วยเป็น Ohm โอห์ม
ไหนๆ ก็พูดแล้ว ก็ขอพูดไว้ตรงนีเลย ไม่ต้องไปซ้ำตรงเรื่องหัวข้อลำโพงกันอีก

อิมพิแดนซ์ เป็นการเอาค่าความต้านทาน R มารวมกับ ความต้านทานเชิงมุม Rj หรือ
อิมพิแดนซ์ Z = R + Rj พูดง่ายๆ มันคือขนาดของ "โหลดเชิงไฟฟ้า" น่ะแหละ

อธิบายต่อจะลำบาก เอาเป็นว่ามันแปลยังไงกับลำโพงและแอมป์ จะดีกว่า

ลำโพงบ้าน ปรกติจะเป็นลำโพง 8โอห์ม
ลำโพงรถ ปรกติ 4 โอห์ม
ลำโพงซับ ปรกติ 2-4 โอห์ม

แอมป์จะปริ๊นท์บอกกำลังขยายไว้ที่กล่อง เช่น  100 Watt @ 4 Ohm (ต่อแชนแนล)
หรือ 50 Watt @ 2 Ohm (แอมป์ตัวเดียวกัน)

หมายความว่า คุณจะสามารถต่อลำโพง (อาจจะตัวเดียว , อนุกรม หรือ ขนานกัน) ถ้าค่าอิมพิแดนซ์ อยู่ในช่วงนี้ก็โอเคครับ
เช่น ปรกติเราต่อ 2.1 เอาไว้ โดยที่ ch1 ch2 แอมป์มันระบุไว้ ตามสเป็กข้างบนที่ยกตัวอย่างไว้
เราก็เอามาต่อกับลำโพงคู่หน้า โดยลำโพงมีสเป็กว่า 4 โอห์ม 60 วัตต์
ถ้าเราเอามาต่อตรงๆ จะเห็นว่า กำลังขับของแอมป์ ( 100 วัตต์) มันสูงกว่าลิมิตของลำโพงที่ 60 วัตต์
เราอาจเผลอทำลำโพงแตกได้

แต่ถ้า เราไปได้ลำโพงทวิตเตอร์ 8 โอห์ม มาต่อขนานกับลำโพงเดิม จากสูตรหาความต้านทานวงจรขนานที่เรียนมาตอนมัธยม จะได้ว่า เหลือค่าความต้านทานที่แชนแนลนี้ 2.6 โอห์ม

เอาไปเทียบบัณญัตไตรยาง จะได้ว่าแอมป์จะต้องจ่ายกำลัง 65 Watt @ 2.6 Ohm
65 วัตต์ ก็ใกล้เคียงค่าลิมิตเดิมที่ 60 วัตต์ ด้วยวิธีนี้ลำโพงเราก็จะปลอดภัยแล้ว


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 10:40:33 pm
แล้วถ้าหาลำโพงทวิตเตอร์ 8 โอห์ม ไม่ได้ มีแต่ 16 โอห์มล่ะ

อิมพิแดนซ์รวมของแชนแนล ก็จะกลายเป็น 3.2 โอห์ม ก็ยังดี อยู่ในช่วงแอมป์

แต่ถ้ารวมแล้วได้ 5-6 โอห์ม จะทำให้สัญญาณเสียงไม่ดี แล้วยังทำให้แอมป์ร้อนมากกว่าเดิม เราเรียกว่า อิมพิแดนซ์ไม่แมทช์กัน

แล้วถ้าได้อิมพิแดนซ์ต่ำๆ ล่ะ เช่น เหลือ 1 โอห์ม
ก็จะทำให้แอมป์โอเวอร์โหลด แอมป์จะไหม้ในวัยอันสั้น

ปรกติทุกวันนี้แอมป์เราเป็น solid state หรือเป็นไอซีซะหมดแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนใช้แอมป์หลอดแล้วต่อลำโพงไม่แมทช์กันล่ะก็ หลอดขาดเลย
เจ้า solid state amp จะมีค่า output impedance ช่วงกว้างกว่า ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น


เรื่องว่าต่อลำโพงอย่างไร มีผลต่อเสียงอย่างไร ขอยกไปกล่าวต่อที่หัวข้อลำโพง


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 10, 2011, 11:05:01 pm
ขออีกนิดเรื่องอิมพิแดนซ์

ถ้าหากหาลำโพงที่มาแมทช์ไม่ได้ล่ะ ทำไง??

ง่ายๆ ก็เอาตัวต้านทาน มาต่อเลย (ขนาน/อนุกรม)

เลือกตัวต้านทาน เอาแบบ เซรามิก นะครับ เอาวัตต์สูงๆ ไว้ก็ดี
ไม่ใช่วิธีที่แนะนำนะครับ แต่ดีกว่าปล่อยให้แอมป์ไหม้ลำโพงพัง

เหตุผล - ตัวต้านทาน มันเป็น resistive ล้วนๆ แต่ลำโพงมันเป็น resistive+reactive

(http://www.electronic-spare-parts.com/pics/2/2r2-5w.jpg)
(http://www.rumoh.nl/148-870-thickbox/560-o-20w-ceramic-ax.jpg)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: kreang on April 12, 2011, 08:10:45 pm
เอก..ตั้งงบไว้ 20 พัน..ทำอะไรได้บ้างเอ่ย..ต้องการแค่ให้สมาชิกได้ดูหนัง dvd กับฟังเพลงก็พอแว้ว..
แนะนำหน่อยเน้อ... :-*


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 13, 2011, 08:19:46 pm
งบ 20 พันนี่สบายๆ ครับ เดี๋ยวจะทำแบบสอบถามให้

เล็งอะไรเอาไว้หรือเปล่า มีอะไรที่อยากได้บ้าง อะไรอย่างนี้น่ะครับ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Aoun on April 13, 2011, 10:39:22 pm
งบ 20 พันนี่สบายๆ ครับ เดี๋ยวจะทำแบบสอบถามให้

เล็งอะไรเอาไว้หรือเปล่า มีอะไรที่อยากได้บ้าง อะไรอย่างนี้น่ะครับ


ได้แบบนี้ด้วยเปล่าว เจ๋งดี

(http://image.ohozaa.com/i/a8e/dsc00174.jpg) (http://image.ohozaa.com/show.php?id=b8d99c8f9cdb97b0e4ac7af55682ea56)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 14, 2011, 12:11:33 pm
คันข้างหลังนู่นใช่มั๊ยพี่  ;D

อายผ้าหลังคาเขรอะๆ จัง  :-[


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: kreang on April 18, 2011, 10:09:15 am
ตอบช้าไปหน่อย..ไม่ได้เข้าบอร์ดเลย พึ่งกลับมาจากเพชรบุรี
ไปปฎิบัติหน้าที่ลูกเขยที่ดีอยู่555..
จริงๆอย่างที่บอกเอกหละว่า ต้องการแค่Monitor จอใหญ่ๆซัก 14นิ้วอัพ + front dvd ซักตัวก็พอแล้ว
ระบบเสียงก็ตามงบที่เหลือ ไม่เน้นยี่ห้อ..เน้นความสวยงาม+เก็บงาน... ;D


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Aoun on April 18, 2011, 10:18:25 am
คันข้างหลังนู่นใช่มั๊ยพี่  ;D

อายผ้าหลังคาเขรอะๆ จัง  :-[

อยากให้สะอาด มาให้คนแถวนี้ยืมขับซิ

วันก่อนคนที่บ้าน บอกว่า ผ้าหลังคารถสะอาดขึ้น

บอกว่ามีคนเอารถมาสลับที่จอด ;)

 


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 18, 2011, 10:30:37 am
จัดให้พี่เกรียงคร่าวๆ ดังนี้นะครับ

1. ตัวหน้าจอ 14" ลักษณะจอใหญ่อย่างนี้ น่าจะเล่นไปทางจอ มอนิเตอร์ของคอมพ์ไปเลยดีกว่าครับ เลือกเอาว่าจะ LCD หรือ LED ถ้าอย่างแรกก็ถูกหน่อย สองพันกว่าก็ได้ยี่ห้อดีๆแล้ว เดี๋ยวผมไปดูให้ครับว่าตัวไหนจะเวอร์ค

2. ฟรอน์ท เอา 1 din ก็น่าจะพอ

3. เพื่อความสะดวกในการเล่น  ขอเสนอตัวนี้ไปอีกตัว
ASUS O!Play HD2 (2,990 บาท) *- ถ้าเป็นตัวHD1 ที่ออกมาได้ปีนึงแล้วจะเป็น USB2 ราคาก็ถูกลงไปเหลือราวๆ 2500
(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7340-z.jpg)
(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7352-z.jpg)
-Power Port DC In
- USB 3.0 ( to pc)
- USB 2.0
- Ethernet Port
- HDMI 1.3a
- Analog Stereo Out
- Component 2 ระบบ คือ RGB+เสียงสเตอร์  และ RCA
- SPDIF Coaxial (สีส้ม )
- SPDIF Optical

(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7358-z.jpg)


(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7354.jpg)
(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7355.jpg)
ฮาร์ดดิสก์แบบ SATA ขนาด pc ปรกติคือ 5.5" ใส่ได้จุใจกันไปเลย ว่ากันเป็น TeraByte ( พันกิ๊กกะไบต์ )


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 18, 2011, 10:38:21 am
(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7356.jpg)
ควบคุมด้วยรีโมต
NAS คือระบบเชื่อมต่อข้อมูล เช่น บิททอร์เรนท์ นะครับ เพียงแค่ต่อ LAN ก็โหลดกันมันส์
ขี้เกียจเดินสายแลนด์ ก็เอา Access Point มาต่อได้ (แต่ต้องเซต AP เอง - ถ้าต่อสายแลนด์ก็ใช้ได้เลยเพราะแลนด์มักจะออโต้เอาไว้)


(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7408.JPG)
อ่านภาษาไทยได้เป็นอย่างดี

จริงๆมันก็เป็น PC น่ะแหละครับ แต่ลักษณะนี้เราเรียกว่า Embended อินเตอร์เฟส ก็จะไม่คุ้นหน่อยเพราะมันเป็นพวก Linux (Samba)
แต่ก็รองรับการอัพเฟิร์มแวร์ในอนาคตได้
(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7416.JPG)
(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7415.JPG)



(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7402.JPG)
ดูหนัง เลือกซับ เลือกขนาด เลือกสี เลือกปรับการดีเลย์ของซับได้


(http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7448.JPG)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 18, 2011, 10:47:52 am
ลืมบอก ราคานี้ไม่ได้รวมฮาร์ดดิสก์ ที่จะเอามาใส่นะขอรับ

เอามาจาก http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/index5.htm

ขอยก conclusion เขามาเลยล่ะกัน

Conclusion !
 

                  กับในช่วงส่งท้ายของ ASUS O!Play HD2 นั่งอยู่หลายชั่วโมงก็คิดไม่ค่อยออกว่าจะเขียนออกมาเช่นไรดีเหมือนกันนะ แต่กับการรีวิวของ ASUS O!Play HD2 วันนี้เปลี่ยนแนวมาเขียนแบบสรุปรวบยอดทีเดียวเลยดีกว่า เนื่องจากว่าผมได้เขียนเอาไว้ ในแต่ละช่วงเยอะพอสมควร เดี๋ยวมาเขียนตรงนี้ด้วยมันจะกลายเป็นเขียนเล่าเรื่องเดิมๆให้ได้อ่านกันอีกครับ

                  สำหรับกับการใช้งานของ ASUS O!Play HD2 เป็น HD Player พร้อมกับความสามารถ NAS ที่ใช้งานได้ง่ายต่อ ผู้ใช้งานกันทุกระดับ รูปแบบการใช้งานของตัวมันเองถือว่าง่ายมาก เด็กที่พอมีความรู้ความเข้าใจกับระบบไฟล์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ และการใช้เครื่องเล่น ก็สามารถใช้งานได้ราบลื่นแล้วครับ ซึ่ง ASUS O!Play HD2 จุดเด่นที่ตอนนี้ยังไม่มีใครทำคือการเชื่อมต่อกับ เครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยความเร็วมาตรฐาน USB Super Speed (USB 3.0) ที่ช่วยทำให้ท่านนั้นสามารถจัดการไฟล์ที่อยู่กับตัว ฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่อง O!Play HD2 ได้รวดเร็วมาก แต่ความเร็วมันก็พอๆกับการเชื่อมต่อ e-SATA นั้นแหละ แต่เรื่องของความ สะดวกในการ Plug & Play ที่ USB 3.0 ทำได้ดีมากกว่า รวมไปถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่เอซุสได้ให้สล๊อตของการ์ด และพอร์ตต่างๆมาแบบครบเครื่องเพื่มความสะดวกกับการใช้งาน HD Player ตัวนี้มากไปยิ่งขึ้น ซึ่งคุณภาพของภาพจากการที่ผม ได้ลองเปิดหลังและไฟล์วีดีโอนั้นโทนสีที่ออกมาจะเป็นแบบค่อนข้างไปทางธรรมชาติมากกว่าที่ไม่สดเกินไป แต่ว่าไปต่อกับทีวีบางตัว ที่มีโทนสีไปทางธรรมชาติอยู่แล้ว สีขาวมันจะกลายเป็นอมเหลืองๆไปหน่อย ต้องมีการปรับจูนเพื่อดึงไม่ให้สีขาวดูเหลืองจนเกินไป กับเรื่องของคุณภาพเสียงที่ก็ดีพอใช้ได้ ไม่ได้ดีแบบการ์ดเสียงระดับ Hi-End แต่ผมว่าคงจะมีน้อยคนที่จะมาสนใจเรื่องเสียงมากกับ HD Player ซักเท่าไร

 


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: kreang on April 20, 2011, 10:33:51 am
อ่านแล้ว..ก็พอเข้าใจนะเอก..แต่จะหาช่างที่ไหนทำให้ได้หละ :'(
หรือว่าต้องไปเที่ยวลำปางซะมั้งเรา..อิอิ..
ปล.ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆเน้อ..+ไปโลด :-*


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: MR.Bizaut on April 20, 2011, 10:35:59 am
([url]http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7356.jpg[/url])
ควบคุมด้วยรีโมต
NAS คือระบบเชื่อมต่อข้อมูล เช่น บิททอร์เรนท์ นะครับ เพียงแค่ต่อ LAN ก็โหลดกันมันส์
ขี้เกียจเดินสายแลนด์ ก็เอา Access Point มาต่อได้ (แต่ต้องเซต AP เอง - ถ้าต่อสายแลนด์ก็ใช้ได้เลยเพราะแลนด์มักจะออโต้เอาไว้)


([url]http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7408.JPG[/url])
อ่านภาษาไทยได้เป็นอย่างดี

จริงๆมันก็เป็น PC น่ะแหละครับ แต่ลักษณะนี้เราเรียกว่า Embended อินเตอร์เฟส ก็จะไม่คุ้นหน่อยเพราะมันเป็นพวก Linux (Samba)
แต่ก็รองรับการอัพเฟิร์มแวร์ในอนาคตได้
([url]http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7416.JPG[/url])
([url]http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7415.JPG[/url])



([url]http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7402.JPG[/url])
ดูหนัง เลือกซับ เลือกขนาด เลือกสี เลือกปรับการดีเลย์ของซับได้


([url]http://www.overclockzone.com/tor_za/year_2011/01/asus_o_play_hd2/pic/IMG_7448.JPG[/url])




ต่อ lan แล้วเล่นเน็ตได้ไหม...เจ้าเครื่องนี้อ่ะเอก


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Aoun on April 20, 2011, 12:51:22 pm
อ่านแล้ว..ก็พอเข้าใจนะเอก..แต่จะหาช่างที่ไหนทำให้ได้หละ :'(
หรือว่าต้องไปเที่ยวลำปางซะมั้งเรา..อิอิ..
ปล.ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆเน้อ..+ไปโลด :-*

ไปเที่ยวนะไม่ได้ทำหรอก

ต้องไปทำให้ฮีท

เดี๋ยวได้หมด ;D ;D ;D


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 04:44:06 pm
ต่อ lan แล้วเล่นเน็ตได้ไหม...เจ้าเครื่องนี้อ่ะเอก

เล่นเนต ถ้าหมายถึงเปิดดู Browser อย่าง IE น่ะ ทำไม่ได้ครับ

ที่ทำไม่ได้ แค่เพราะว่า มันไม่มีคีย์บอร์ด เท่านั้นเอง

แต่ hardware มันพร้อมทำงานบนเนตอยู่แล้ว (ผ่านโปรโตคอล PPPoE)

อย่างที่บอกครับว่ามันเป็น Linux Embended จะว่าไปมันก็คือ PC ตัวนึงน่ะแหละ แต่เขาตัดฟีเจอร์(ทางซอร์ฟแวร์) บางอย่างออกไปให้เหมาะสมกับการใช้งานบนรีโมต

ดังนั้น ถ้าจะเอาเข้าจริงๆ ต้องแฮ๊กเครื่องเอา อ่ะครับ  :P จึงจะเล่นเนตได้ (ล้าง Firmware ลง OS ใหม่ลงไป)

เรื่องการแฮ๊ก ได้หรือไม่ ผมยังไม่มีข้อมูล

ที่ผมบอกว่า มัน Bit Torrent ได้ ก็คือว่า หลังจากที่เราเซตอัพระบบเนตเวอร์คเรียบร้อย พอเราใส่ไฟล์ .torrent ลงไป มันก็โหลดให้เลย (ไม่ต้องใช้คีย์บอร์ด แค่ Hightlight ไฟล์ที่เราจะโหลด)

เดี๋ยวจะลองหาให้ครับว่ามีคนแฮ็กรึยัง


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 04:45:08 pm
อ่านแล้ว..ก็พอเข้าใจนะเอก..แต่จะหาช่างที่ไหนทำให้ได้หละ :'(
หรือว่าต้องไปเที่ยวลำปางซะมั้งเรา..อิอิ..
ปล.ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆเน้อ..+ไปโลด :-*

ไปเที่ยวนะไม่ได้ทำหรอก

ต้องไปทำให้ฮีท

เดี๋ยวได้หมด ;D ;D ;D

ทำให้ได้ครับ แต่ต้องเอารถมาทิ้งไว้ กลัวจะไม่สะดวก    ::)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 04:55:25 pm

ต่อ lan แล้วเล่นเน็ตได้ไหม...เจ้าเครื่องนี้อ่ะเอก


ถ้าอยากเล่นเนตด้วย ผมเสนออีกตัวให้ดีกว่า ซึ่งรองรับการต่อเมาส์และคีย์บอร์ดได้ -ซึ่งอาจจะเอาแบบ Wireless ก็จะเสียบ USB แค่ช่องเดียว
(นี่ถ้าลง OS อย่าง Windows ได้เอง ก็ CarPC เหมือนของผมเลยล่ะ)

อ้างจาก  http://www.lcdtvthailand.com/webboard/index.php?topic=3860.0

Playon!HD ราคาปกติ 5,490 ลดเหลือ 4,690 บาทเท่านั้น
Playon!HDmini ราคาปกติ 4,500 ลดเหลือ 3,890 บาทเท่านั้น
Playon!DVRHD ราคาปกติ 7,490 ลดเหลือ 6,890 บาทเท่านั้น
Playon!HD essential ราคาปกติ 4,290 ลดเหลือ 3,890 บาทเท่านั้น(แถมฟรีสาย HDMI+USB CABLE)
Playon!HD2 ราคาปกติ 6,490 ราคาพิเศษ 5,990 บาทเท่านั้น
Playon!HD mini2 ราคาปกติ 5,490 ราคาพิเศษ 4,990 บาทเท่านั้น

PLAYON!HD ทุกรุ่นรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี อุปกรณ์ 1 ปี มีปัญหาเปลี่ยนตัวใหม่ภายใน 30 วันครับ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 04:59:31 pm
ตัวท๊อบ คือ PlayOn! HD2 ตัวนี้แหละรองรับ คีย์บอร์ดและเมาส์ เข้า Google และ web page ได้
Playon!HD2 ราคาปกติ 6,490 ราคาพิเศษ 5,990 บาทเท่านั้น
(http://www.zcs.co.th/download/hd2.jpg)

สำหรับ รีวิว ของตัวนี้ ไปดูที่นี่ครับ http://www.hdplayerthailand.com/review_detail.asp?desc=1&topic_id=234

แต่ถ้าถามผม ผมว่าตัวนี้ "ฟุ่มเฟือย" เกินไปหน่อยครับ ในส่วนของการถอดรหัสสัญญาณเสียง ( Dollby 5.1 )
จะเล่นตัวนี้ ต้องวางแผนว่าจะใช้ HDMI เท่านั้นครับ จึงจะคุ้ม นั่นหมายความว่า ซื้อไปต่อกับทีวีในบ้านในห้องนั่งเล่นจะเหมาะกว่า


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 05:24:16 pm
แต่ถ้าเป็นผม ผมเอาตัวนี้ก็พอ
Playon!HD mini2 ราคาปกติ 5,490 ราคาพิเศษ 4,990 บาทเท่านั้น

mini2 จะต่างจากตัวบน(ตัวท๊อบ) ก็คือ ไม่มีช่อง Coaxial ไม่มีการถอดรหัสเสียง ไม่มี HDMI มีแต่สาย RCA ก็เข้าทางเราพอดีเลย
แต่เจ้าตัวนี้ จะไม่มีช่องสำหรับใส่ ฮาร์ดดิสก์ ก็คือว่า ต้องซื้อ USB Harddisk (External HDD) มาใส่แทน กลายเป็นว่า เราจะมีสองกล่อง กล่องนึงคือเจ้า mini2 อีกกล่องเป็น ฮาร์ดดิสก์

อีกจุดที่น่าสังเกตุ เจ้าตัวท๊อบ ต่อตรง +12V ได้เลยครับ
แต่ตัว mini2 ต้องแปลงจาก +12 เป็น +5 แทน ก็ทำให้ยุ่งขึ้นมาอีกหน่อยนึงในการแปลงไฟ

(http://www.zcs.co.th/download/mini2.jpg)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 05:37:02 pm
ขอบอกเอาไว้ก่อนนะครับ สำหรับขาเซิร์ฟ ก็คือเจ้าตัวนี้(ทั้งสอง) เข้าเน็ตได้ แต่ยังไม่รองรับ FlashPlayer เวอร์ชั่นใหม่ๆ
และ ถ้า webpage ที่เป็นภาษาไทย ไม่ได้ใช้ฟรอนท์ ที่เป็น UniCode ก็จะเกิดอาการ ภาษาไทยกลายเป็นตัวยึกยือ (คล้ายๆกับ iPad อีกน่ะแหละ)

ก็เหมือนคนซื้อ iPad1 นั่นแหละ จะดูเวบบางเวบไม่ได้ที่เป็น Flash (แต่ iPad2 ทำได้แล้วนะจ๊ะ - ตรงนี้ขอแกล้ง admin ซะหน่อย สงสัย admin ต้องได้ถอย iPad2 มาแทนตัวเก่าซะล่ะมั๊ง)

ถ้าเทียบกับ CarPC แล้วยังไม่ยืดหยุ่นเท่า

แต่ถ้าไม่เน้นการ online แค่จุไฟล์ได้เยอะๆ( 3TB Max) สะดวกในการอัพเพลง/หนัง (ถอด HDD ไปเสียบกับ pc ในบ้าน) ตัวนี้ก็คุ้มครับ เลือกเอาว่าจะเป็น PlayOn หรือ Asus
(http://www.zcs.co.th/download/comparison.jpg)
สนใจ PlayOn ก็โทรไปถามที่ตัวแทนเขาเลย

สอบถามปัญหาการใช้งาน ติดต่อได้ที่ฝ่ายเทคนิค 084-524-6274 ตั้งแต่เวลา 11.00 ถึง 20.00
(ผมโทรไปแล้ว คุยรู้เรื่องดีครับ)


digilife 2249 ชั้น 2 พันทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ โทร.084-524-6273
digilife 373 ชั้น 3 ตรงข้ามร้านหนังสือดอกหญ้า พันทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ โทร.084-361-9310
digilife ชั้น 3 ดิจิตอลเกตเวย์ ทางเข้าติดกับสถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ โทร.085-240-3098
digilife สะพานเหล็ก สะพาน 7 ใกล้สะพานเหล็กสแควร์ โทร.088-407-9990
digilife ชั้น 2 โลตัสพลัส ศรีนครินทร์ โทร.083-905-8670


วันนี้ท่านสามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศใกล้บ้านท่าน

กรุงเทพมหานคร
LAOX ชั้น 3 พันทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ
IZONE ชั้น 3 ฟอร์จูนทาวน์ ถ.รัชดา 081-9092020
บริษัท แพลนเน็ท เลเซอร์ ถ.พระราม3 087-4957670
LENNSHOP ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ชั้น 3 ฝั่งโรบินสัน R15 A2 083-9230046
Gorillagadget 48/829 เสรีไทย41 คลองกุ่ม บึงกุ่ม 087-6761426
BEER ชั้น 3 พันทิพย์พลาซ่า บางกะปิ 086-6620077
ADVANCOMS ชั้น 4 พันทิพย์พลาซ่า งามวงค์วาน 02-953-5590
GREENNET IT ชั้น 5 พันทิพย์พลาซ่า งามวงค์วาน 02--9535519
IT-ONAIR ชั้น 4 พันทิพย์พลาซ่า งามวงค์วาน หน้า IT City หลังบันไดเลื่อน 081-1437070
CS Computer & Service Shop ชั้น2 ห้องB-10 ไอทีสแควร์ 333/100 ม.4 ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ 085-1108700
Justcom พาต้าปิ่นเกล้า 086-9914541
INCOM2000 เซียร์รังสิต 084-7245500
HD CAFE The Mall รามคำแหง ชั้น 4 D19 081-7350918
NC Shop ชั้น 4 พันทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ 085-9206086
คลองถม Hi-def เลขที่ 6 ถ.เจ้าคำรพ ป้อมปราบ ป้อมปราบศัตรูพ่าย 081-8258170 , 082-2312828
บริษัท คอมฟิก แอนด์ แฟลช    71/2 ถ.จรัสเมือง ปทุมวัน 082-633-5588
PANSONIC พันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ชั้น3
PPC BOY 080-456-0769
ART DVDGAMEONLINE 085-9888946
JAMES DVDGAMEONLINE 085-1129185
Myhdonline 083-1780776
ดำรง Overclockzone 084-0729422

สมุทรสาคร
354 ร้านเกตุม เซ็นเตอร์ 69/2 ม.6 ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 081-2535800

ขอนแก่น
ขอนแก่นไฮไฟ 936/9 ถ.หน้าเมือง ต.ในเมือง ขอนแก่น 081-6623531

ชลบุรี
ธนา 21/113 ถ.เปรมใจราษฏร ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี 081-8659840
ศรีราชาไฮเดฟ 275/2 ม.12 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา ชลบุรี

พัทยา
TECH INNOVATION ตึกคอม พัทยา ห้อง4R27 ชั้น 4 080-5907900

ศรีสะเกษ
ก็อปปี้เวิรค์ 1407/11-12 ถ.อุบล ต.เมืองใต้ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 086-6539974

จันทบุรี
จันทบุรีคอมเพล็กซ์ จังหวัดจันทบุรี 0818353336
THE SYSTEM 9/25 ถ.เทศบาล2 ต.วัดใหม่ อ.เมือง จ.จันทบุรี (ตรงข้ามตลาดโต้รุ่ง ใกล้ร้านแมงป่อง) 039-301678 039-321678

ระยอง
อมตะซิตี้ 7/204 ม.6 จ.ระยอง 21140 085-3000007
เช็นทรัลชาวด์ 86/4-5 ถ.จันทรอุดม ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง 038-8864501
HD ระยอง 31/7 หมู่ 6 ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง 21000 038-948644
Sanuk System 71/3 หมู่5 ต.บ้านค่าย อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 084-362-5150

หัวหิน
invadeIT ถนนเพชรเกษม หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 086-6006694

พิจิตร
X Computer 4/3 ถ.ชุมสาย ต. ตะพานหิน อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร 66110

ตาก
บ.พิงค์พลัสจำกัด 544/1-5 ถ.อินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก 083-3099090

เชียงใหม่
เชียงใหม่ HIDEF 99/2 อาคารไทยพนา Ppplace ห้อง C9 ชั้น1 ถ.สุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 081-6713435
โปร-ไฮเดฟ ชั้น2 เซ็นทรัลกาดสวนแก้ว เชียงใหม่ 08-9000-5577 , 085-6666-800
อารีย์ อิเล็กทริกส์(แม่โจ้) ใกล้โรงเรียนเทพปัญญา สามแยกแม่โจ้ 053-265026 089-4338589
แม่ปิงซัพพลาย 45/59 ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 089-9989111
ช้างคลานแอร์ 470/24  ถ.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

ลำปาง
พลวัฒน์ 446/2  ม.9 ถ.ลำปาง-แม่ทะ ต.ชมพู อ.เมือง จ.ลำปาง 52100
ICIT Center 99 ถ.สุเรนทร์ ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง

สงขลา
นำไทยสโตร์ ถ.ละม้ายสงเคราะห์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทร 081-9897445

ภูเก็ต
ภูเก็ต Hidef 134  ถ.ศรีสุนทร ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110 081-968-0078


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: MR.Bizaut on April 20, 2011, 09:20:04 pm
ละเอียดจริงลูกพี่........อ่านแล้วก็งงๆกันไอ้ playon มันคือ คอมอ่ะเปล่า หรือว่ามันคือที่อ่านอาร์ดดิส...

ยังไม่ได้อ่านในรีวิวนะ...

ปล. ipad 2 มันเล่นFlash ได้แ้ล้วเหรอ......พอแหละกะเทคโนโลยี ตามไม่ทัน....

ไม่เหมือนบางคน ไปถอยซัมซุง กาแลคซี่มาใช้แล้วนะจะบอกให้....


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 09:44:03 pm
กาแลกซี่แท๊บ กำลังโดน apple ฟ้องฐานลอกเลียน ipad  :-X

playon คือ ที่อ่านฮาร์ดดิสก์ น่ะครับ ก็เหมือนเดียวกันกับ asus o!play น่ะแหละครับ ต่างกันที่ฟ๊เจอร์

รีวีว ไม่ต้องอ่านก็ได้ครับ อ่านที่รูปสุดท้าย Product Comparison ก็จบ ครบเครื่องแล้ว


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Aoun on April 20, 2011, 09:51:01 pm
ละเอียดจริงลูกพี่........อ่านแล้วก็งงๆกันไอ้ playon มันคือ คอมอ่ะเปล่า หรือว่ามันคือที่อ่านอาร์ดดิส...

ยังไม่ได้อ่านในรีวิวนะ...

ปล. ipad 2 มันเล่นFlash ได้แ้ล้วเหรอ......พอแหละกะเทคโนโลยี ตามไม่ทัน....

ไม่เหมือนบางคน ไปถอยซัมซุง กาแลคซี่มาใช้แล้วนะจะบอกให้....
กาแลกซี่แท๊บ กำลังโดน apple ฟ้องฐานลอกเลียน ipad  :-X

playon คือ ที่อ่านฮาร์ดดิสก์ น่ะครับ ก็เหมือนเดียวกันกับ asus o!play น่ะแหละครับ ต่างกันที่ฟ๊เจอร์

รีวีว ไม่ต้องอ่านก็ได้ครับ อ่านที่รูปสุดท้าย Product Comparison ก็จบ ครบเครื่องแล้ว

ยังใช้ไม่เป็นเลย แล้วมันจะเรียกคืนไหมเนี่ย  ;D

กำลังถูกเลย สองหมื่นกว่า เหลือหมื่นต้นๆ ทำได้ตั้งหลายอย่าง

วันก่อนใช้กันฝนด้วย คุ้มหัวได้แฮะ ;)



Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 10:25:51 pm
มีคนเล่น Tablet ชักเยอะ คงต้องรีบเข้าเรื่องล่ะ

Tablet + 1din Front + ลำโพงสักคู่นึง ก็จบแล้วครับ

ที่ต้องใส่ใจ ก็คือ front ที่สามารถเปลี่ยนโหมดได้ไว มีรีโมตได้ด้วยก็ดี

เดี๋ยวหา front เหมาะๆ ให้ครับ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 10:37:33 pm
(http://sp.sony-asia.com/media/63/31429)
Xplod™ CD Receiver CDX-GT180
THB 2,790.00 excl.vat
ตัวนี้ มีดีที่มีช่อง aux ข้างหน้า เสียบปุ๊บ มันก็ปรับโหมดไป aux ให้เอง
ข้อเสียคือ CD ที่มันรับ อ่านแต่ CD เพลงเท่านั้น ไม่รับ MP3

ถ้าอยากได้ MP3 ให้อัพเป็น CDX-GT280S (หน้าตาเหมือนกันเดี๊ยะ) 3290 THB.

(http://sp.sony-asia.com/media/99/49144)
รีโมต RM-X151 (ซื้อแยกต่างหาก)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 11:06:47 pm
ผมไม่แนะนำ ฟรอนท์ที่มีช่อง USB ในตัว เหตุผลก็คือ เทคโนโลยี USB มันหลากหลายเวอร์ชั่นมากมาย และ ไม่นิ่ง เสียบเข้าไปอาจอ่านไฟล์ไม่ได้
แต่ถ้ากะจะเอาไว้ชาร์จมือถือ ชาร์จอุปกรณ์อื่นๆ อ่านได้หรือไม่ ไม่สำคัญ ก็เอาเลยครับ

แต่ เตือนไว้นิดนึง มีช่อง USB ก็จริง แต่บางรุ่นถูกๆ ก็ชาร์จมือถือไม่ได้นะครับ เหตุผลก็คือ ไฟเลี้ยงไปจ่าย usb ไม่พอ

นอกจากนี้ยังมี Alpine Panasonic Kenwood

แต่ตัวที่ผมจะเม๊นท์นิดนึง สำหรับระบบนี้ (ซึ่งเราไม่เอาอะไรมาก จะเอาแค่ภาคขยายเสียงและ Interface)
ก็คือ Zulex ที่ผมชอบคือ มันรองรับ "ภาษาไทย" อะไหล่ / ซ่อมง่ายดี
สองพันบาทกลางๆ ก็จบ เหมือนกัน สำหรับ front เอาตังค์ไปซื้อ Holder ดีๆ แบบมีที่ชาร์จในตัวให้ Tablet ดีกว่า

แต่ ขอให้ระวังเครื่องจีนถูกๆ
เหตุผลก็คือ มันมีคลื่นวิทยุ ที่ต่างจากบ้านเรา
บ้านเรา จะมีคลื่อน FM 88.0-108.0 MHz (อันนี้ประเทศไหนๆ ก็เหมือนกัน)
และระยะห่างระหว่างช่องคลื่น คือ 0.05 MHz เช่น 88.00 ช่องต่อไปก็คือ 88.05 (ช่องดังของเชียงใหม่ 100.75 MHz)

แต่ที่ต่างกันก็คือ step การเพิ่ม เวลาหาคลื่น
คลื่นจีน จะมีสเต็บการเพิ่ม ทีละ 0.03 MHz
ดังนั้น ถ้าเราอยากฟังช่อง 100.75MHz จะใช้เครื่องจีนหาไม่เจอ  :P


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 11:13:07 pm
แต่ สำหรับคนที่ใช้ HDD Player อย่าง OnePlay และ Asus O!Play จะไม่ชอบฟรอนท์แบบนี้
เหตุผล ต้องมาเสียบแจ๊คข้างหน้าฟรอนท์ มันไม่สวย สายมันดูไม่งาม

ถ้าเป็นแบบมี Aux Input อยู่ด้านหลัง ต้องดูว่าบางรุ่นสามารถ Detect อัตโนมัติได้ว่า มีสัญญาณเข้ามาที่ช่อง Aux เราก็ไม่ต้องไปกดเปลี่ยนโหมดที่หน้าฟรอนท์ให้ยุ่งยาก


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 20, 2011, 11:21:04 pm
555 เพิ่งรู้วันนี้ BB PlayBook วางจำหน่ายแย้วววว  ;D


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: KEA CLASSIC on April 27, 2011, 12:37:35 am
555 เพิ่งรู้วันนี้ BB PlayBook วางจำหน่ายแย้วววว  ;D

ไปดีลืมภาค 7 แหล่งกำเนิดพลังงานเน้อววว รออ่านอยู่ครับ ซุ้มมา  เอาทั้งแหล่ง DC12V  ละก้อ AC 220 V โด้ยนะครับพ้มมม


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on April 27, 2011, 10:30:41 am
ไม่ลืมฮะ เดี๋ยวมาต่อ

playbiik ยังไม่ซื้อฮะ รอมันเสถียรสักแป๊บ  ;D


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Aoun on December 08, 2011, 08:24:31 pm
ไปเจอที่งานมอเตอร์โชว์รถมา

(http://i1228.photobucket.com/albums/ee441/type2s/DSC02536.jpg)


(http://i1228.photobucket.com/albums/ee441/type2s/DSC02537.jpg)

(http://i1228.photobucket.com/albums/ee441/type2s/DSC02538.jpg)

(http://i1228.photobucket.com/albums/ee441/type2s/DSC02540.jpg)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on December 08, 2011, 09:55:10 pm
นึกว่าใครมาขุด 555

ลืมไปแล้วนะเนี่ย


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: MR.Bizaut on December 20, 2011, 06:25:00 pm
นึกว่าใครมาขุด 555

ลืมไปแล้วนะเนี่ย

ขุดแล้ว ต่อด้วยสิจ๊ะ  :-* :-* :-*


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: MR.Bizaut on December 17, 2012, 11:37:15 pm
เทคโนโลยีมันเปลี่ยนเร็วมาก.....

มากันแบบนี้แล้ว.

iPad mini car dash install in a 2010 VW CC, soundman float mount wireless @soundmanca (http://www.youtube.com/watch?v=zDThVZzVtqw#ws)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Doycom on December 18, 2012, 01:54:36 am
มอบภาพนี้ให้เลยฮ่ะ  :เขิล:

(http://sphotos-b.xx.fbcdn.net/hphotos-ash3/c0.0.403.403/p403x403/526955_10151279908727871_649461126_n.jpg)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on December 18, 2012, 10:54:05 am
โอยยยยยย โปรเจคเยอะ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: biggie on August 25, 2013, 09:58:39 pm
มากระตุ้นนิดหน่อยครับ

มาเพิ่มช่อง AUX In ให้ฟร้อนท์เก่าของ pioneer กันครับ
เพิ่มเพื่ออะไร..
ในกรณีของผม ฟร้อนท์เก่าที่ติดรถผม(เก่าจริงๆครับ) เป็นเครื่องเล่นวิทยุ+เทป...
ด้วยความซนบวกกับความบังเอิญไปเจอว่ามีมะม่วงเขาทำเอาไว้ เลยมาลองทำตามดู
ใช้ได้ดีเลยครับ เลยขออนุญาตินำมาเล่าให้ฟังเผื่อใครสนใจจะลองทำกันดูครับ ไม่ยากครับ..

ไม่ว่าจะเก่าแค่ไหน ขอให้ด้านหลังมีช่องต่อสายสำหรับควบคุมกล่องซีดีแบบหลายแผ่นแบบในรูป ผมมีอยู่สองเครื่อง ลองทำแล้วใช้ได้เหมือนกันทั้งสองเครื่อง
(http://image.ohozaa.com/i/a1c/6qHSzk.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/x2Q5bSPK4EiimzEp)

ขั้วสัญญาณที่เราใช้มีแค่4pin ตามด้านรูปล่างครับ
(http://image.ohozaa.com/i/516/kVAcpr.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/x2Q5bwR3MZTecTfH)

ตามรูป สัญญาณแชลแนลซ้าย จะใช้ pin (7)เป็นสัญญาณ(+), (11)เป็นกราวด์(-)
         สัญญาณแชลแนลขวา จะใช้ pin (9)เป็นสัญญาณ(+), (10)เป็นกราวด์(-)

วิธีทำแบบง่ายที่สุดคือหาสายที่เหลือจากเครื่องคอมพ์เก่าตามในรูป มาเสียบให้ตรงตามสัญญาณซ้าย-ขวา
โดยปกติเรามักจะนิยมใช้สีแดงแทนสัญญาณขวา(R),ส่วนสัญญาณซ้ายนิยมใช้สีขาว(L)
ส่วนที่เป็นสีดำสองเส้นตามในรูปคือสัญญาณลบหรือกราวด์ของสัญญาณทั้งสองด้าน
โดยที่ปลายอีกด้านของสายผมแนะนำให้ใช้เป็นแจ๊คขนาด3.5มมหรือแจ๊คที่ใช้เสียบหูฟัง(ตามรูป)
เพราะสามารถเสียบใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบันได้เกือบทุกเครื่อง
(http://image.ohozaa.com/i/603/iI7eLa.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/x2Q5bSPK4FrbxvsH)

(http://image.ohozaa.com/i/002/QZzMeN.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/x2Q5ceOqmcMTO89F)

(http://image.ohozaa.com/i/9a5/QgTO0g.jpg) (http://image.ohozaa.com/view2/x2Q5w5CCeM34MxTm)

ส่วนของผมใช้วิธีเปิดฝาเครื่องลงไปบัดกรีด้านในเลย เพราะว่าหาดูที่บ้านแล้วไม่มีสายที่มีขั้วpinแบบในรูปข้างบนครับ

พอเสร็จจากขั้นตอนการต่อสายด้านหลังแล้ว ทีนี้ต้องมีการเซ็ทที่ตัวเครื่องอีกนิดนึงเพื่อเปิดให้เครื่องฟังค์ชั่น AUX
วิธีการคือในขณะที่เครื่องยังปิดอยู่ ให้กดที่ปุ่ม AUDIO ที่ด้านหน้าเครื่องค้างไว้สักครู่ เครื่องจะเปิดขึ้นมาที่หน้าจอจะขึ้นเป็นตัวเลขบอกเวลา
จากนั้นให้กดซ้ำปุ่มเดิมไปจนเจอคำว่า AUX off ถึงตอนนี้ให้กดปุ่มที่มีลูกศรขึ้น-ลง ให้กดไปที่ลูกศรขึ้น หน้าเครื่องก็จะเปลี่ยนเป็น AUX on
จากนั้นก็ไปกดปุ่ม SRC เพื่อเปิดเครื่องตามปกติ ลองกดปุ่ม SRC ซ้ำไปเรื่อยๆจนหน้าจอขึ้นคำว่า AUX เป็นอันใช้ได้แล้วครับ
ลองเอาโทรศัพท์มือถือเสียบลองฟังเสียงดูครับ เสร็จแล้วครับ....
อีกอย่างที่ผมชอบมากเวลาขับรถคือเวลามีโทรศัพท์เข้ามา เราสามารถเปิดเสียงออกลำโพงในรถคุยไปได้เลยไม่ต้องยกเครื่องมาแนบหูให้ต้องระวังหัวปิงปอง


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on August 26, 2013, 07:03:09 am
ก็ว่าใครขุดกระทู้ขึ้นมา 555

ขอบคุณพี่บิ๊กมากเลยคร้าบ

AUX หรือ auxilary input ดังกล่าว สามารถดัดแปลงได้หลายอย่างครับ

ผมสังเกตุว่า แจ๊ค 3.5mm นั้นมีปลาย 3 ช่อง แสดงว่า ต้องต่อแบบ common ground คือ เอา L- กับ R- ต่อเชื่อมกันที่ขาใหญ่สุดของแจ๊ค


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: เก่งจ้า on August 26, 2013, 11:06:02 am
พี่บิ๊ก....หล่ออะ 8)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: biggie on August 26, 2013, 01:45:04 pm
ก็ว่าใครขุดกระทู้ขึ้นมา 555

ขอบคุณพี่บิ๊กมากเลยคร้าบ

AUX หรือ auxilary input ดังกล่าว สามารถดัดแปลงได้หลายอย่างครับ

ผมสังเกตุว่า แจ๊ค 3.5mm นั้นมีปลาย 3 ช่อง แสดงว่า ต้องต่อแบบ common ground คือ เอา L- กับ R- ต่อเชื่อมกันที่ขาใหญ่สุดของแจ๊ค

ใช่คับ ต่อตามที่ป้อเลี้ยงว่านั่นเลยคับ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: biggie on August 26, 2013, 01:46:12 pm
พี่บิ๊ก....หล่ออะ 8)

ขอบคุณคับ
คนชมผมหล่อกว่าผมตั้งเยอะ...


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: เก่งจ้า on August 26, 2013, 02:06:24 pm
พี่บิ๊ก....หล่ออะ 8)

ขอบคุณคับ
คนชมผมหล่อกว่าผมตั้งเยอะ...
ไม่ใช่.....ขอบคุณคับ
คนชมผมหล่อมีตั้งเยอะ... :winkwink:


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: biggie on August 26, 2013, 03:31:22 pm
พี่บิ๊ก....หล่ออะ 8)

ขอบคุณคับ
คนชมผมหล่อกว่าผมตั้งเยอะ...
ไม่ใช่.....ขอบคุณคับ
คนชมผมหล่อมีตั้งเยอะ... :winkwink:

หมายความอย่างนั้นแหล่ะคับเก่งจ้า....พิมพ์ไม่ถูก
 :)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: เก่งจ้า on August 26, 2013, 09:44:02 pm
หล่อยังงี้...ปิดถนนซะดีม้ะ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: biggie on August 26, 2013, 10:37:22 pm
หล่อยังงี้...ปิดถนนซะดีม้ะ

ได้โปรด.....


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: นุ้ย ครับ on January 29, 2014, 12:51:15 pm
ว่าง ๆ ขอถกเรื่อง เอาลำโพงบ้านมาใส่ในรถด้วยน่ะ 8โอห์ม กับ 4 โอห์ม ด้วยจ๊ะ
รู้ว่ามันใช้ได้ ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร แต่อยากรู้วิธีต่อให้ถูกหลักอ่ะ
พอดีที่บ้านมีลำโพงบ้าน เล็ก ๆ เหลือหลายคู่

เอาให้ถึงเรื่องต่อ passive หรือ power amp โน่นเลยยิ่งดี

many thanks in advance. จุ๊บ ๆ


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Picha on December 15, 2014, 02:30:44 pm
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ Harddisk (http://www.lazada.co.th/shop-internal-hard-drives/) ครับ ขอแชร์ความรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้บ้างนะครับ เจ้าสิ่งนี้กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะมีขนาดความจุที่เยอะกว่า 500GB ซึ่งสามารถเก็บไฟล์งาน เก็บภาพ เก็บเพลง แม้กระทั่งเก็บภาพยนตร์ได้หลายสิบเรื่องเลยทีเดียว และยังมีขนาดที่พกพาง่าย สะดวก ซึ่งเราจะสามารถพกไปที่ไหนก็ได้ตามใจเรา และราคายังไม่แพงมากอีกด้วย 


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on December 16, 2014, 03:25:13 pm
ว่าง ๆ ขอถกเรื่อง เอาลำโพงบ้านมาใส่ในรถด้วยน่ะ 8โอห์ม กับ 4 โอห์ม ด้วยจ๊ะ
รู้ว่ามันใช้ได้ ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร แต่อยากรู้วิธีต่อให้ถูกหลักอ่ะ
พอดีที่บ้านมีลำโพงบ้าน เล็ก ๆ เหลือหลายคู่

เอาให้ถึงเรื่องต่อ passive หรือ power amp โน่นเลยยิ่งดี

many thanks in advance. จุ๊บ ๆ

โดนขุดขึ้นมา ขอเอาแบบเร็วๆ เลยก็แล้วกัน

ลำโพง ใช่ว่าจะจำเป็นต้องต่อ "ขนาน" เพียงอย่างเดียว เราสามารถต่ออนุกรมก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องเข้าใจเรื่องความต้านทานลำโพงให้ดีเสียก่อน

ความต้านทานลำโพง แตกต่างจากความต้านทานของตัวต้านทานเป็นอย่างมาก การเอามิเตอร์ไปจิ้มลำโพง ดีไม่ดีอาจทำลำโพงไหม้เลยก็ได้
ความต้านทานลำโพง เป็นความต้านทานเชิงจินตภาพ ( impedance ) ต้องวัดด้วยการใช้ออสซิสโลโคป แล้ววัดระยะจากกราฟที่ขึ้นมาเท่านั้น (จริงๆ ก็มีเครื่องวัดนะ แต่ก็หลักการเดียวกัน)

แล้วมันเกิดอะไร เกี่ยวยังไงเวลาต่อลำโพงเข้ากับ แอมป์

เรื่องนี้มีสองประเด็นที่ต้องคุย

1. เรื่อง การสะท้อนของสัญญาณภายในสาย
อันนี้ให้ลองคิดตามง่ายๆ ว่า สมมติเดินท่อน้ำประปา จากปั๊มน้ำ ออกมาเป็นท่อ 1 นิ้ว แล้วพอจะเข้าบ้าน ลดท่อลงมาเหลือ 1/2 นิ้ว
เวลาเปิดก๊อก ตู๊ม ตรงจุดลดท่อ จะเกิดการกระแทก แรงกระแทกนี้สวนกลับไปที่ปั๊ม ปั๊มโดนกระแทก
ในทางเครื่องเสียงแล้ว แรงกระแทกนี้มีผลต่อการลดทอนของคุณภาพเสียง และ อาจทำให้เครื่องขยายเสียงที่เซยซ์ทิฟมากๆ อย่างพวกเครื่องเสียงหลอดทรานซิสเตอร์ พังเอาง่ายๆ
เพราะในระบบเครื่องเสียงต้องส่ง "คลื่น" ไปไม่รู้กี่ครั้งกี่หน (20-20,000 ครั้งต่อวินาที) ดังนั้น ถ้าความต้านทานไม่ match กัน จะมีผลเสียในระยะยาว ( เซียนบางท่านถึงกับฟังออก )

ในทางกลับกัน การเพิ่มขนาดท่อโดยเพิ่มจากเล็กไปใหญ่ ก็เกิดการกระแทกได้เหมือนกัน

หลักการนี้ ใช้ด้วยกันกับ การเดินสายสัญญาณของวิทยุด้วย ที่เรียกว่าการตรวจสอบ SWR

นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมห้ามใช้ วอ เวลาไม่ได้เสียบเสาสัญญาณ ภาคส่งมันจะพังเอา


2. เรื่องกำลังขับของเครื่องขยายเสียง
ปรกติเครื่องขยายเสียง ที่ด้าน Output จะมีการกำกับ impedance อยู่ด้วยเสมอ ส่วนใหญ่จะให้มาเป็น Range 4-8 โอห์ม ทว่าเครื่องเสียงราคาแพงบางตัวจะกำหนดตายตัวมา ค่าๆ หนึ่งเลย
ประเด็นคือ สมมติเครื่องขยาย 8 โอหม์ เรามีลำโพง 4 โอห์มสองตัว จะต่ออย่างไร
ตอบแบบคิดสั้น คือเอาต่ออนุกรมซิ 4+4 = 8 ก็ต้องขอบอกว่า เตรียมแอมป์พังได้เลย

คำตอบคือ ต่อขนาน 4 + 4 = 8 จ่ะ
เพราะการต่ออนุกรมของ L สูตรคือ (1/L) + (1/L) = (1/L)
แต่ต่อขนานของ L สูตรคือ L1 + L2  = L3

ถ้าฝืนต่อแบบไม่ match จะเกิดอะไรขึ้น?
ก็ได้ยินเสียงอยู่ครับ แต่ จะเกิดปัญหาเสียงเพี้ยน และถ้าแอมป์ 8 โอห์ม แต่ดันต่อลำโพง(รวม) 4 โอห์ม เราจะเปิดแอมป์ได้เพียง ครึ่งเดียว ถ้าแอมป์นั้นมีเข็ม VU จะเจอว่าพอเปิดเกินครึ่งวอลุ่ม เข็ม VU จะตีสุดเลย และเสียงก็จะบี้แบนขาดหาย ถ้ายิ่งไปเร่งก็เตรียมพังเพราะแอมป์โอเวอร์โหลด มอสเฟ็ตไหม้

ในทางกลับกัน อาจจะคิดว่าสบายละ แอมป์ตัวเดียวแต่ฉันจะต่อลำโพงสัก 10 คู่ก็ได้
คำตอบคือ ก็ได้ครับ แต่ เสียงจะเพี้ยนและ เสียงจะเบา เพราะกำลังขับต้องแบ่งไปลำโพงหลายๆ ตัว



สมัยเรียนมัธยม เราคงเคยเรียนในวิชาฟิซิกส์ เรื่อง การแทรกสอดของคลื่น(เสียง)
หลักการนั้นถูกเอามาใช้ในที่นี้ด้วยครับ กล่าวคือ ถ้าลำโพง ดันไปวางในตำแหน่งระยะ ยอดคลื่น/ปลายคลื่น เสียงจากลำโพงทั้งสองจะลดทอนกันเองได้ครับ
นี่ ยังไม่ได้คิดถึงการ Shift ของสัญญาณ เวลาที่ผ่านลำโพง ( L ) แต่ละครั้งจะเกิดการ Delay ของสัญญาณ ผลก็คือเกิดเป็นเสียงเอคโค่ ระหว่างลำโพงแต่ละตัว
โชคดีคือ สมองมนุษย์เราไม่ได้ไวพอที่จะจับความผิดปรกตินั้นได้ ต้องมากถึงระดับหนึ่งจริงๆ ถึงจะเริ่มสังเกตุออก


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on December 16, 2014, 03:42:01 pm
ถ้าจะแนะนำ ก็คงแนะนำว่า ให้ต่อตามที่คู่มือของแอมป์ระบุกำหนด ไม่ควรเอาแต่ละแชนแนลของแอมป์ ไปซอยย่อยเป็นหลายๆ คู่

อีกข้อคือ ถ้าเป็นคนรักในเสียงเบส ก็จำเป็นที่จะต้องมีแอมป์เบส แยกต่างหากครับ คุณภาพเสียงและการไว้ใจได้ ต่างกันเยอะ

กลัวเปลือง งั้นเอา Active Sub-bass ก็ได้ครับ ตู้เบสแบบวางใต้เบาะ เป็นตัวเลือกที่เยี่ยมเลยทีเดียว



การเอาลำโพงบ้านไปใส่ในรถยนต์ หลักการไม่ต่างกันเท่าไหร่ครับ หลักๆ คือความยุ่งยากในการติดยึด นอกนั้นไม่ต่างกัน
แต่ถ้าคิดเอา แอมป์บ้าน ไปใส่รถยนต์ มีเรื่องที่ต้องคิดต่อเยอะมากครับ
นั่นก็คือ เรื่องการแปลงไฟฟ้า
หม้อแปลงอแดปเตอร์ ที่แปลงไฟ 12Vdc ไปเป็น 220Vac ที่เราเรียกกันว่า อินเวอร์เตอร์นั้น ถ้าเป็นระดับ Consumer Product ยังไงๆ ก็ต้องมีเรื่อง "คลื่นรบกวน"
การที่คิดว่า มีแอมป์บ้านอยู่แล้ว ยกใส่รถแล้วแปลงไฟเอา พอเจอปัญหาคลื่นรบกวน ค่อยแก้ทีหลัง เป็นเรื่องที่ผิดอย่างยิ่ง แก้เรื่องคลื่นรบกวนแก้ยากมาก มันต้องว่ากันไปถึงการออกแบบลายวงจรนู่นเลย ต่อให้ซื้อเครื่องกำจัดเสียงรบกวน ก็ไม่คุ้มค่าเพราะมันทำให้เสียงเพี้ยน
จึงแนะนำว่า ซื้อแอมป์รถยนต์ ขนาดกำลังพอเหมาะ ความคุ้มค่ามากกว่าแน่นอน



Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on December 16, 2014, 03:56:02 pm
ทีนี้มาที่คำถาม มี FRONT แล้ว จำเป็นต้องมี แอมป์ หรือไม่

คำตอบคือ อาจจะ

สำหรับบางคน การต่อลำโพงตรงเข้าสู่ Front เลยเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ครับ เลือก Front ที่ดีๆ หน่อย จะทำให้ระบบนั้น simple ไปเยอะมาก ซึ่ง ก็จบเหมือนกัน เพราะ Front เดี๋ยวนี้ อย่างต่ำก็ต้องมี 5ch อยู่แล้ว ( หน้า 2 , หลัง 2 , ซับ 1 )

อัพเกรดอีกนิด เอาหน้า 2 นั้นไปใส่ Tweeter ( พร้อมกับ High Pass Filter อีกคู่ ) เสียงที่ได้จะแตกต่างกว่าเดิมขึ้นอย่างมากครับ จบแบบสวยๆ ง่ายๆ เลย ไม่ต้องเดินสายมากมาย

เพราะมนุษย์เรา ไวต่อคลื่นเสียงความถี่สูง มากกว่าความถี่ต่ำ การเพิ่ม Tweeter ดีๆ สักคู่จะให้รายละเอียดเสียงได้อย่างมากจนสังเกตุได้ทันที ต่างกับ ระบบ Bass ที่เราจะแยกแยะรายละเอียดได้ยากกว่า ดังนั้น จึงแนะนำว่า ให้ใส่ใจกับระบบ Tweeter จะดีกว่า

ปอลิง การต่อ Tweeter พ่วง(ขนาน)ไปที่ แชนแนลคู่หน้า จะมีผล matching หรือไม่
คำตอบคือ มีครับ แต่น้อยมาก ละ ไว้ได้ เพราะลำโพง tweeter เราไม่ต่อตรงๆ แต่จะต่อผ่าน High-Pass Filter ซึ่งจะช่วย Matching ให้เราได้ในตัวอยู่แล้ว ( ในฟิลเตอร์ จะมี Capacitor อยู่ด้วยเสมอ ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามของ L )
การต่อ Tweeter ตรงๆ โดยไม่ผ่านฟิลเตอร์ อาจทำได้ครับ แต่ในระยะยาวแล้ว tweeter ก็จะไหม้ขาด แถมยังได้เสียงสู้คู่ที่ผ่าน Filter ไม่ได้ด้วย


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on December 16, 2014, 04:24:40 pm
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับ Harddisk ([url]http://www.lazada.co.th/shop-internal-hard-drives/[/url]) ครับ ขอแชร์ความรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้บ้างนะครับ เจ้าสิ่งนี้กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะมีขนาดความจุที่เยอะกว่า 500GB ซึ่งสามารถเก็บไฟล์งาน เก็บภาพ เก็บเพลง แม้กระทั่งเก็บภาพยนตร์ได้หลายสิบเรื่องเลยทีเดียว และยังมีขนาดที่พกพาง่าย สะดวก ซึ่งเราจะสามารถพกไปที่ไหนก็ได้ตามใจเรา และราคายังไม่แพงมากอีกด้วย 



เรื่องนี้ ( หน่วยเก็บข้อมูล ) มีตัวเลือกหลัก ๆ ที่คุ้มค่าอยู่สองพวก

1. SD Card
ขนาด 32GB ถ้าเอาแบบธรรมดาไม่ต้อง High Speed ก็ราวๆ 400-500 บาทเท่านั้น
ฟร๊อนท์บางตัว เสียบได้เลย มี Reader ในตัว
ฟร๊อนท์บางตัว ต้องเสียบผ่าน USB-Card Reader
ข้อดีของ SD card คือ มันเป็น Solid State การดูแลรักษาง่ายมาก ๆ ไม่เหมือนพวก CD ที่สำคัญก็คือ เขียนซ้ำได้ไว ไม่เหมือนกับการ Burn แผ่นแต่ละที
ข้อเสียคือ ราคาต่อหน่วย (แต่ก็ถูกลงมากแล้วนะ) และขนาดความจุที่จำกัด

2. Harddisk
ปัจจุบัน อาร์ดดิสก์มีสองแบบ แบบดั้งเดิมก็คือแบบจานแม่เหล็กหมุน กับแบบ SSD - Solid State Disk
ผมแนะนำให้ใช้ SSD ครับ แม้จะราคาแพง 120Gฺ ราวๆ 3 พันบาท
แต่ถ้ามีฮาร์ดดิสก์เดิม เก่าๆ อยากเอามาใช้ ก็ไม่ว่ากัน

ข้อแตกต่างก็คือ ความที่ SSD ไม่มี moving parts ใดๆ เลย ทำให้ทนทายาทครับ และไวมากๆ เหมาะเอาไปใช้ในรถมาก
ถ้าจะใช้ HHD กับ External Casing เพื่อแปลงออกมาเป็น USB ก็ได้ครับ แต่ต้องหาที่วางดีๆ หน่อย

2.1 Front บางตัว ไม่รองรับการต่อ HDD แบบเก่านะครับ เหตุผลเพราะ กำลังไฟในการขับให้ HDD ทำงานนั้นกินไฟสูงเกินกว่า port USB ของฟร๊อนท์จะจ่ายไหว จะต้องเดินสาน +12V จากแบตมาช่วยต่อตรงที่ตัวแปลง SATA ออกเป็น USB


2.2 ข้อที่ต้องรู้อีกข้อก็คือ การรองรับความจุของฟรอนท์
เพราะฟร๊อนท์เครื่องเสียง ก็เป็นคอมพ์เล็กๆ ตัวหนึ่งครับ เพื่อความประหยัดคอมพ์นี้ออกแบบมาว่าทำงานที่ 10-12 บิต ต่างจาก PC ที่วินโดวส์รองรับ 16-32 บิต
ทำไมต้องรู้ เพราะมันเกี่ยวกับ การเข้าถึงข้อมูลที่อยู่ท้ายๆ ครับ
บิตต่ำ จะรองรับ HDD ความจุสูงมากไม่ได้ คำว่าความจุนี้หมายถึง ความจุทั้งหมดของ HDD นั้น ( GB ) และยังหมายถึง จำนวนไฟล์ที่ถูกจำกัดด้วย
ดังนั้น ในฟร๊อนท์บางตัว ถึงคุณจะต่อพ่วง HDD ให้ทำงานได้ แต่ฟร๊อนท์อาจจะมองเห็นแค่เพียง ไม่กี่สิบ GB เท่านั้น ซึ่ง ก็ไม่ต่างจากใช้ SD-Card เลย (แถมใช้ SD Card ยังจะแน่ใจกว่าว่าเครื่องมันจะไม่ "หลง" ไปหาเพลงในที่ๆ มันไม่ควรไปหา ทำให้เครื่องค้าง)


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on December 16, 2014, 04:39:38 pm
จากจุดด้อยข้างต้น เป็นที่มาของความได้เปรียบของ CAR-PC ครับ
ถ้า CAR-PC ลงด้วย OS 64bits สามารถรองรับไฟล์ได้เป็นแสนเป็นล้านไฟล์เลยครับ

ถ้าคุณต้องการ ยัด Library ไฟล์มีเดียขนาดยักษ์(หลักจำนวนเป็นแสนเพลง) ลงไปในรถยนต์ สามารถ search หาได้จากทั้ง Library ในครั้งเดียว CAR-PC คือคำตอบเดียวครับ



แต่อย่าเพิ่งตกอกตกใจ ตอนนี้ระบบ CAR-PC แยกออกเป็นสองระบบตามระบบปฎิบัติการครับ ก็คือ จะ Windows หรือ Android

ระบบวินโวส์

(http://www.msi.com/pic/image/bb/dc100/dc100_06.jpg)
(http://www.tux-mania.de/blog/001/IMAG2024.jpg)

นี่คือ MSI รุ่น Wind Box DC-110 ครับ ต่อกับ HDMI ได้สบาย รองรับ External HDD ผ่าน USB3.0 ได้ด้วย มีทุกอย่างในตัว ลง Win8.1 x64 บิต ในราคา 8 พันกว่าบาท

เอากล่องนี้ไปซ่อน (หรือจะโชว์ก็ยังได้) เดินสายสัญญาณเสียงไปเข้าแอมป์ ( หรือ ฟร๊อนท์ที่มีช่องต่อ Aux-in ) ต่อจอแสดงผลด้วย HDMI ต่อเมาส์/คีย์บอร์ด ไร้สาย จบ!!!


จะเล่นผ่าน itunes ก็ได้ โหลด podcast มาฟังตอนรถติดก็ได้ เครื่องมี Wifi ในตัว โอนไฟล์จาก PC ในบ้านเข้ามาได้เลยไม้ต้องถอดยกไปยกมา หรือจะ Remote Desktop เข้ามาจากเครื่องอื่นก็ได้

ข้อควรระวัง อย่าตากแดด เพราะพัดลมตัวเล็ก และ จุดวางต้องซับแรงกระแทกได้ด้วยนะเพราะภายในมันเป็น  HDD จานหมุนอยู่ ( จะถอดเปลี่ยนเป็น SSD ก็ได้แต่แกะเครื่องมันเสียประกัน )


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: Hanniboon on December 16, 2014, 04:55:22 pm
ระบบ แอนดรอยด์

(http://hfigl.com/uploadfile/201339239319451.jpg)

(http://balkantviptv.weebly.com/uploads/3/8/2/3/38237583/s851388536857683263_p5_i1_w1024.jpeg)



ราคาอยู่ที่  2-3พันบาท
ข้อดีก็คือ APP ที่ดาวน์โหลดได้จากเนตมากมาย ไปหา GPS module มาเสียบ หา Sygis มาลงก็เป็น off-line GPS ได้เลย
สามารถต่อ External HDD ได้ถึง 3TB = 3,000 GB

Android Box มีหลายเกรดครับ เลือกที่ใช้ Processor ดีๆไวๆ ก็จะแพงหน่อย


Title: Re: DIY มาทำเครื่องเสียงกัน แบบ101
Post by: biggie on December 19, 2014, 01:47:12 pm
Like ครับเอก
 ;) ;) ;)