October 22, 2017, 07:03:03 pm

You are here: TYPE 2 SHOP « Type2 - - Talk « TYPE2 T3 (ทรานสปอร์ตเตอร์) « DIY on T3 « T3 กับระบบระบายความร้อน Cooling System
Pages: [1]   Go Down
  Print  
Author Topic: T3 กับระบบระบายความร้อน Cooling System  (Read 4535 times)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
Hero Member
*****
Like Point: 637
Offline Offline
Posts: 3,038
คนเก่งยังมีอีกเยอะ
« on: June 24, 2014, 02:40:21 pm »

แปลให้หมดแล้วครับ แปลผิดช่วยท้วงกันด้วยน่ะครับ

ผมเองพึ่งทราบว่าระบบระบายความร้อนมันมี  2 แบบ พอดีไปค้นคว้า หาเรื่องแปลงพัดลมรถตัวเอง เลยเจอบทความนี้น่าสนใจ เลยขออนุญาติเอามาแชร์

Cheers.
Credit จาก Gowesty website : http://www.gowesty.com/library_article.php?id=52
« Last Edit: June 26, 2014, 08:19:43 am by นุ้ยชาย » Logged

Hero Member
*****
Like Point: 637
Offline Offline
Posts: 3,038
คนเก่งยังมีอีกเยอะ
« Reply #1 on: June 24, 2014, 02:43:09 pm »

Vanagon ผมขอใช้คำว่า T3 ที่เรารู้จักกันมักคุ้นแทนครับ

บทความต่อไปนี้เป็นของ Lucas Valdes (วิศวกรของ GoWesty) ได้เขียนขึ้นมาเพื่อให้ข้อมูลระบบระบายความร้อนของ T3

T3 ที่ระบายความร้อนด้วยด้วยน้ำ พัดลมที่หม้อน้ำจะถูกควบคุมโดยอัตโนมัติ การที่ระบบจะเริ่มทำงานเป็นดังนี้ หลังจากที่เครื่องยนต์ติดแล้ว เทอร์โมสตรัท(วาล์วน้ำ) ตัวที่อยู่กับเครื่องยนต์จะยังไม่ทำงานคือปิดอยู่ จนกว่าน้ำในระบบระบายความร้อนเพิ่มขึ้นถึง 87 องศา(เซลเซียส) วาล์วน้ำจะเปิดและปล่อยให้น้ำในระบบไหลไปยังหม้อน้ำด้านหน้ารถ อุณหภูมิของน้ำในระบบระบายความร้อนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ไม่มีลมไหลผ่านหม้อน้ำ เช่นกรณีรถหยุดนิ่งแต่เครื่องยนต์ยังทำงานอยู่ ทันทีที่อุณหภูมิของน้ำในหม้อน้ำสูงขึ้นไปถึง 85 องศา ตัวเทอร์โมสวิตซ์ที่หม้อน้ำ (สวิตซ์อุณภูมิน้ำ) จะส่งสัญญาณเปิดบอกให้พัดลมหม้อน้ำทำงาน พัดลมหม้อน้ำจะทำงานจนกระทั่งอุณหภูมิลดลงพอที่ เทอร์โมสวิสต์เปิด และพัดลมก็จะหยุดการทำงานลง  เมื่ออุณหภูมิของหม้อน้ำเพิ่มขึ้นอีกก็จะขึ้นขึ้นตอนแบบนี้ซ้ำ ๆ กัน ที่มาตรวัดความร้อนตัวเข็มจะชี้ที่ประมาณ 2/3 ถึง 3/4 ของหน้าปัทม์ แสดงว่าระบบปกติ ไม่ต้องตกใจว่าเข็มความร้อนวิ่งถึงไปถึงตำแหน่งนั้น กรณีที่รถวิ่งทำความเร็วไม่พอ ลมที่ผ่านหม้อน้ำก็ไหลผ่านไม่พอที่จะให้อุณภูมิคงไว้ต่ำกว่า 85 องศา พัดลมหม้อน้ำก็จะเปิด ๆ ปิด ๆ ตามอุณหภูมิ เมื่อใดที่พัดลมหมุนที่จังหว่าสอง (Higher Speed) เสียงจะดังมาก ซึ่งแสดงว่าความร้อนได้ขึ้นไปถึง 7/8 แล้วแต่ยังคงถือว่าระบบปกติอยู่ แต่ต้องสนใจและตามอาการอย่างใกล้ชิด สังเกตุดูความร้อน ถ้าพัดลมยังคงทำงานที่จังหวะสองแต่ยังไม่สามารถคุมอุณภูมิได้ เข็มความร้อนก็จะขึ้นไปถึง 15/16 และไฟเตือนความร้อนก็จะเริ่มกระพริบ แบบนี้มันไม่ปกติแล้ว ต้องรีบหาที่หาทางจอดพักครับ

ดังนั้นถ้าขับรถและคงความเร็วไว้ที่ประมาณ 110 กม/ชม ในวันที่อากาศเย็นสบาย ๆ ประมาณ 22 องศา (คงเป็นไปได้สำหรับสภาพอาการบ้านเราเนอะ) เข็มความร้อนควรป้วนเปี้ยนประมาณครี่งหนึ่งของเกจ์วัด อยู่ประมาณหลอดไฟเตือน หน้าที่ของเทอร์โมสตรัทตัวที่อยู่ตรงเครื่องยนต์จะคงอุณภูมิน้ำหล่อเย็นไว้ ถ้าอุณภูมิน้ำต่ำมากไป ก็ไม่ดี กรณีนี้แล้วแต่เทอร์โมสตรัท(วาล์ซน้ำ) ของรถทำงานปกติ ถ้าอุณหภูมิน้ำสูงไปก็ไม่ดี แบบนี้ก็เป็นหน้าที่ของหม้อน้ำที่จะควบคุมเมื่ออุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้น

ระบบระบายความร้อนของรถสปอร์ต T3 จะแปลก ไม่เหมือนชาวบ้านสักเท่าไหร่คือ เครื่องวางหลัง หม้อน้ำอยู่หน้า มีท่อสองเส้นพาดผ่านใต้ตัวถัง ถ้ามีอากาสหลงอยู่ในระบบระบายความร้อนมันจะไปรวมอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดของระบบระบายความร้อน นั่นก็คือแถว ๆ น๊อตระบายลมหม้อน้ำ ถ้าเราค่อย ๆ ไขออก ก็จะเป็นการไล่ลมหรือไล่อากาศออกจากระบบ  แต่ถ้ามันดูดอากาศเข้าไปแทน แสดงว่าระบบระบายความร้อนรั่วแล้ว ก็ต้องหาจุดรั่วและแก้ไขปัญหาเสีย ตัวผู้เขียนเค้าบอกว่าถ้าระบบน้ำมันไม่รั่ว น้ำในระบบระบายความร้อนไม่รั่ว ขับได้ยาวเลย

พัดลมระบายความร้อนหม้อน้ำของ T3 ตั่งแต่ปี 1983-1991 จะมีอยู่สองระบบคือ ระบบแรกในปี 83-85 ยังไม่มีการติดตั้งระบบปรับอากาศจากโรงงาน จะใช้ตัวพัดลมไฟฟ้าแบบ 2 สปีดคือ 200/300 วัตต์ ส่วนอีกระบบคือ T3 ที่ผลิดตั่งแต่ปี 86 เป็นต้นมาแบบติดตั้งแอร์จากโรงงาน หรือจากดีลเลอร์  จะมีใช้พัดลมระบบเหมือนกันเพียงระบบเดียวคือ พัดลมขนาด 450 วัตต์ ซึ่งสังเกตุได้ง่าย ๆ คือ มีน๊อตขั่วไฟอยู่ท้ายมอเตอร์พัดลมเลย ส่วนแบบวัตต์ต่ำ(low-watt) จะเป็นปลั๊กต่อ (plug-in) ไม่ว่าระบบจะเป็นแบบใด ในภาวะปกติพัดลมหม้อน้ำจะคงทำงานต่อเนื่องแม้ว่าจะดับเครื่องและถอดกุญแจออก พัดลมจะยังคงทำงานเพื่อระบายความร้อนจนเทอร์โมสวิทซ์ (ตรงหม้อน้ำ) เปิดจึงหยุดการทำงาน

ระบบพัดลมแบบแรก วัตต์ต่ำ (พัดลมสองจังหวะ)  ประกอบด้วย
1. หม้อน้ำด้านหน้า
2. เทอร์โมสวิซต์สองจังหวะที่หม้อน้ำ
   - จังหวะแรกเปิดเมื่ออุณหภูมิ 85 องศา
   - จังหวะที่สองเปิดเมื่ออุณหภูมิ 95 องศา
3. พัดลมไฟฟ้า ประกบกับหม้อน้ำขนาด 200/300 วัตต์
4. ฟิวส์สำหรับพัดลมทำงานจังหวะแรกอยู่ที่แผงฟิวส์
   - ตำแหน่งที่ 7 สำหรับรถปี 83-85 ใช้ขนาด 16 แอมป์ (บ้านเราใส่ 15 เพราะ 16 ผมไม่เคยเห็น)
   - ตำแหน่งที่ 1 สำหรับรถปี 86-91 ใช้ขนาด 30 แอมป์
5. รีเลย์สำหรับพัดลมจังหวะสองทำงานที่ความเร็วสูงสุด ๆ
  • อยู่ใต้แผงถัดไปทางขวาของหน้าปัทม์ สำหรับรถปี 83-85 (T3 ไฟกลม)
  • อยู่ที่แผงฟิวส์แผงรีเลย์รถ ตำแหน่งที่ 5 สำหรับรถปี 86-91 (T3 ไฟเหลี่ยม)
6. ปั๊มน้ำที่อยู่กับเครื่องยนต์
7. วาล์วน้ำ (เทอร์โมสตรัท) ที่อยู่กับเครื่องยนต์
8. ท่อน้ำตลอดแนวรถ

มอเตอร์พัดลมขนาด 200/300 วัตต์ถูกออกแบบมาให้ทำงานสองจังหวะ จังหวะแรกทำงานเมื่อเปิดแอร์หรือจากสัญญาณเทอร์โมสวิซต์ ส่วนจังหวะสองจำทำงานตามความร้อนที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ในขณะที่ระบบปรับอากาศไม่ทำงานหรือปิดอยู่ กระแสไฟทั้งสองจังหวะจะไหลผ่านฟิวส์ตัวเดียวบนฟิวส์ตำแหน่งที่ 7 เป็นฟิวส์กระบอก สำหรับ T3 ก่อนปี 85 และบนฟิวส์ตำแหน่งที่ 1 สำหรับ T3 ตั้งแต่ปี 86 เป็นต้นมา ซี่งจะเป็นฟิวส์เบรด (US blade-type ATC fuse) เมื่อพัดลมอยู่ในจังหวะแรก (หมุนช้า) กระแสไฟจะวิ่งผ่านฟิวส์ผ่านสายขนาดกลาง (medium-gage) (สายสีแดงพาดขาว) ซึ่งจะนำกระแสผ่านเทอร์โมสวิสต์ที่ขาจังว่าแรก (สายสีแดงพาดขาว) ซึ่งพัดลมจะทำงานในจังหวะแรกที่อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นที่ 85 องศา จากนั้นกระแสไฟก็จะไหลกลับออกผ่านสายไฟเส้นสีแดงพาดดำ ที่ขนาดสายเท่ากัน และที่ปลายสุดจะต่อเข้ากับจุดต่อจังหวะแรกของพัดลมไฟฟ้า ส่วนพัดลมในจังหวะที่สอง หมุนเร็วและดัง กระแสจะไหลผ่านฟิวส์ชุดเดียวกัน เข้าเทอร์โมสวิทส์ แต่ทำที่จังหวะอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นที่ 95 องศา ซึ่งกระแสไฟจะออกไปอีกเส้นคือ ขาวพาดฟ้า ซึ่งตัวสายจะเล็กกว่า สายเส้นนี้จะกลับเข้าไปในตัวรถใต้แผงแดชบอร์ดไปกระตุ้นการทำงานของรีเลย์จังหวะสอง ซึ่งจะส่งกระแสผ่านสายที่ใหญ่ขึ้น สายสีแดง เข้าพัดลมไฟฟ้าในจังหวะสองซึ่งเป็นจังหวะหมุนเร็วสุด กรณีที่ระบบนี้ถูกติดตั้งระบบปรับอากาศโดยตัวแทนที่ไม่ใช่จากโรงงาน จะถูกพ่วงเข้าระบบตามนี้ คือเมือระบบปรับอากาศทำงาน พัดลมไฟฟ้าที่หม้อน้ำก็จะทำงานในจังหวะแรกผ่านฟิวส์แยกออกต่างหาก และจะมีจังหวะเปิดปิดตามจังหวะของคอมเพรสเซอร์แอร์ ตำแหน่งที่ติดตั้งจะแตกต่างกันไปตามระบบปรับอากาศ ที่ถูกจับมาพ่วงต่อกันเอง ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรตรวจสอบก็คือ ฟิวส์ ที่จะทำให้พัดลมไฟฟ้าทำงานเพื่อเปิดระบบปรับอากาศ ถ้ามันยังไม่ใช้ระบบอัตโนมัติ ยังไงก็เป็นที่ฟิวส์ กรณ๊ทำอย่างไรพัดลมไฟฟ้าไม่ทำงาน บางทีอาจเป็นที่ตัวฟัดลมไฟฟ้าเอง สายกราวด์ (สีน้ำตาล) ที่ต่อเข้าพัดลม วิธีตรวจสอบอีกวิธีกคือปลดเทอร์โมสวิสต์ออก และตรวจไฟเข้ามาที่สายแดง/ขาวหรือไม่ ถ้ามีไฟเข้ามาในระบบ ทดลองลัดวงจรโดยต่อเข้าสายแดง/ขาว เข้ากับสาย แดง/ดำ ซึ่งพัดลมไฟฟ้าควรทำงานที่จังหวะแรก (low speed) และลัดวงจร แดง/ขาว กับ แดง/น้ำเงิน พัดลมก็จะทำงานในจังหวะสอง (high-speed)

ระบบต่อไปเป็นะระบบที่พัฒนาแล้ว (แบบนี้ของเรา ๆ ท่าน ๆ เลย) ด้วยพัดลมขนาด 450 วัตต์ ประกอบไปด้วย

1. หม้อน้ำด้านหน้า
2. เทอร์โมสวิซต์สองจังหวะที่หม้อน้ำ
   - จังหวะแรกเปิดเมื่ออุณหภูมิ 85 องศา
   - จังหวะที่สองเปิดเมื่ออุณหภูมิ 95 องศา
3. พัดลมไฟฟ้า ประกบกับหม้อน้ำขนาด 450 วัตต์
4. รีซีสเตอร์ (Resister) ที่อยู่หลังโคมฟ้าหน้าฝั่งซ้าย
5. ฟิวส์สำหรับพัดลมทำงานจังหวะแรกและจังหวะสองอยู่ที่แผงฟิวส์ตำแหน่งที่ 1 ขนาด 30 แอมป์
6. รีเลย์สำหรับพัดลมจังหวะสอง อยู่ที่แผงฟิวส์แผงรีเลย์รถ ตำแหน่งที่ 5
7. รีเลย์สำหรับพัดลมจังหวะสาม อยู่ใต้แผงหน้าปัทม์เหนือแผงฟิวส์
8. ฟิวส์ขนาด 50 แอมป์สำหรับพัดลมจังหวะสาม อยู่แถว ๆ รีเลย์พัดลมจังหวะสาม
9. ปั๊มน้ำที่อยู่กับเครื่องยนต์
10. วาล์วน้ำ (เทอร์โมสตรัท) ที่อยู่กับเครื่องยนต์
11. ท่อน้ำตลอดแนวรถ

แบบ 450 วัตต์นี้เป็นระบบที่ออกแบบมาให้ทำงานสามจังหวะ ซี่งส่วนใหญ่จะพบกับ T3 ปี 86 ถึงปี 91 และรถที่ติดตั้งระบบปรับอากาศจากโรงงาน ตัวรีซีสเตอร์ที่อยู่หลังไฟหน้าจะทำหน้าที่ลด แรงดันไฟ (Voltage) ที่เข้าสู่พัดลมไฟฟ้า จึงทำให้พัดลมสามารถหมุดที่ความเร็วที่ลดลง หนึ่งหรือสองจังหวะจากที่หมุดที่ความเร็วเต็มที่ตลอดเวลา ดังนั้นพัดลมขนาด 450 วัตต์ที่ทำงานเพียง จังหวะเดียวก็สามารถทำให้ทำงานที่ความเร็วที่แตกต่างกัน เพราะการออกแบบทางไฟฟ้าที่ควบคุมมันพัดลมจังหวะที่สอง จะทำงานตอนที่เปิดระบบปรับอากาศ และจังหวะรอบการทำงานจะเปิดหรือปิดตามการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ ส่วนในจังหวะแรกและจังหวะที่สามพัดลมจะทำงานโดยเทอร์โมสวิสซ์ที่อยู่ตรงหม้อน้ำ

ผู้เขียนเขาบอกว่าเจอเรื่องแปลก คือตอนที่ท่อแอร์ระเบิดเพราะอากาศมันร้อนทำให้แอร์ทำงานหนักนั้น ไดยินการทำงานของพัดลมในจังหวะที่สาม ถึงแม้ว่าความร้อนที่เกจ์วัดอยู่ที่ประมาณ 7/8 ซึ่งเขาบอกว่ามันสวนทางกับที่เข้าใจมาตลอด เลยโพสถามปัญหาลงในเวปเพื่อหาตัวช่วย ความว่า

"เขา (นาย Lucus) ศีกษาระบบไฟของรถอย่างละเอียด จนแน่ใจว่ากูเก่ง(ว่างั้น) บอกว่าในระบบไฟรถ T3 นั้นไม่มีส่วนไหนของระบบไฟที่จะช่วยอธิบายได้ว่าเมื่อระบบปรับอากาศสามารถสั่งให้พัดลมไฟฟ้าทำงานในจังหวะอื่นที่ไม่ใช่จังหวะที่สองได้ ประสพการณ์กับ T3 ปี 87 ของเขาที่ติดตั้งระบบปรับอากาศจากโรงงาน ในวันที่อากาศร้อนมาก ๆ ขณะที่ขับด้วยความเร็ว ประมาณ 130 กับเครื่อง 2.4 (เครื่องไรเนี่ย) ระบบปรับอากาศก็ระเบิด(สงสัยท่อแอร์แตก) เค้าได้ยินพัดลมไฟฟ้าทำงานในจังหวะที่สาม ซึ่งเค้าแน่ใจนั่งยันนอนยันว่าเกจ์แสดงไม่เกิน 7/8 เขาก็รู้ว่าระบบแอร์มันต้องเกี่ยวข้องแน่นอน เพราะเขารู้สึกทันทีว่า คอมเพรสเซอร์แอร์หยุดทำงานทันที และเสียงพัดลมไฟฟ้าก็ดังสนั่นขี้นมากเลย กรณีนี้ระบบปรับอากาศของรถได้สั่งให้พัดลมทำงานในจังหวะสาม ถึงแม้ว่าอุณหภูมิน้ำยังคงปกติไม่ได้สูงเกิน ซึ่งในผังระบบไฟฟ้าของรถไม่สามารถอธิบายว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เลขขอให้ช่วยหาสาเหตุให้หน่อย...เพราะกรูมืน"

และแล้วตัวช่วยก็โผล่มาเป็นสมาชิกของ Gowesty Forum ที่อาศัยอยู่รัฐ นิวแม๊กซิโก ที่ว่ากันว่ารัฐนี้อากาศร้อนที่สุดใน US แล้วบอกว่า คนแถวนั้ยอยู่ได้เพราะระบบปรับอากาศ ตัวช่วยชื่อ Chris ได้ช่วยสันนิษฐานสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนที่อ่านผังระบบไฟซึ่งบอกว่าระบบปรับอากาศจะหยุดการทำงานอัตโนมัติเมื่อพัดลมจังหวะสามทำงาน คนที่ออกแบบระบบไฟรถ T3 ทำแบบนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์มันร้อนเกิน พวกออกแบบเขาคิดไว้แล้วว่า ถ้าน้ำในระบบหล่อเย็นร้อนพอที่จะทำให้พัดลมไฟฟ้าทำงานที่จังหวะสามอันดังสนั่นนั้น มันสมควรจะปิดระบบการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ด้วยจนกว่าอุณหภูมิมันลดลง การปฎิสัมพันธ์ระหว่างพัดลมหม้อน้ำกับระบบปรับอากาศไม่ได้ทำให้ฉานแปลกใจเท่าไหร่ มันค่อนข้างชัดเจนตามที่ผังระบบไฟฟ้าได้อธิบายไว้ ฉานก็เข้าใจว่าระบบปรับอากาศจะควบคุมพัดลมไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ ตามที่เขาได้เข้าใจผิดมาว่าระบบปรับอากาศจะควบคุมพัดลมไฟฟ้าแต่ไม่ใช่มันคือ อุณหภูมิต่างหาก ซึ่งอุณหภูมิที่เห็นตรงเกจ์วัดหน้าปัทม์จะมาจากเซ็นเซอร์ที่เครื่องยนต์ เทอร์โมสวิตว์ที่ควบคุมพัดลมไฟฟ้าก็จะวัดอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นที่หม้อน้ำ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ว่าน้ำหล่อเย็นที่ออกจากหม้อน้ำจะร้อนกว่าจุดที่ออกจากเครื่องยนต์ ด้วยความว่าเครื่องยนต์เป็นตัวกำเนิดความร้อนแม่นบ่ ตัวเครื่องยนต์อาจจะไม่ใช่แหล่งเดียวที่ทำให้เกิดความร้อน หน้าแผงหม้อน้ำระบายความร้อน มันมีแผงคอล์ยเย็นของระบบปรับอากาศอีก ที่มันเพิ่มเข้ามาทำให้มีความร้อนเกิดขึ้นกับระบบระบบบายความร้อน ดังน้้นภายใต้เงื่อนไข มันก็เป็นไปได้ที่อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นที่หม้อน้ำมีโอกาสที่จะร้อนกว่าจุดที่ออกจากเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นบนเกจ์วัดความร้อนตรงหน้าปัทม์ยังปกติ (แต่น้ำในแผงด้านหน้ามันร้อนกว่าแล้ว) ดังนั้นที่ว่าระบบปรับอากาศที่ควบคุมพัดลมไฟฟ้านั้น ก็คือ อุณหภูมิไงจ๊ะ เมื่อเข้าได้เห็นคำถามนี้ทำให้เข้าใจว่าระบบปรับอากาศของรถจะสั่งการควบคุมความเร็วของพัดลมไฟฟ้ามันไม่ใช่จากวงจรระบบไฟอย่างเดียว (เยอรมันโครตล้ำลึก)

เพื่อสรุปการทำงานของระบบระบายความร้อน กรณีที่ระบบปรับอากาศไม่ทำงาน คือ
1. เมื่อติดเครื่องยนต์ขณะเครื่องเย็น เทอร์โมสตรัทปิด
2. ระบบน้ำหล่อเย็นที่จะผ่านมาหม้อน้ำถูกปิดกั้นโดย เทอร์โมสตรัท (วาล์วน้ำ) ซึ่งความร้อนของน้ำที่ไปยังฮีทเตอร์ ก็จะไหลผ่านในกรณีเดียวกันคืออุณภูมิน้ำ
3. เทอร์โมสตรัทจะเปิดที่ 87 องศา ซึ่งน้ำหล่อเย็นจะไหลไปที่หม้อน้ำ
4. น้ำหล่อเย็นจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ จนอุณหภฒิที่หม้อน้ำร้อนถึง 85 องศา
5. จังหวะแรกที่ เทอร์โมสวิซต์ ปิดอยู่ พัดลมจะเริ่มทำงาน
6. พัดลมจะทำงานตลอดเวลาจนอุณหภูมิลดลงที่จะทำให้ตัวเทอร์โมสวิซต์เปิด (ตัวการทำงานพัดลม)
7. มันจะเกิดซ้ำ ๆ จนเริ่มออกรถ
8. ขณะที่วิ่งบนทางหลวงที่อากาศ 22 องศา เกจ์วัดที่หน้าปัทม์จะอยู่ครึ่งหนึ่ง
9. แบบนี้พัดลมก็ยังไม่ทำงาน
10. เมื่ออากาศร้อนขึ้น อุณหภูมิน้ำก็จะสูงขึ้นไปจนทำให้พัดลมในจังหวะแรกทำงาน
11. ถ้าเหยียบไปเรื่อย ๆ  อุณหภูมิก็จะไต่ขึ้นไปจนทำให้พัดลมทำงานในจังหวะที่ 2 หรือ จังหวะที่ 3
12. ถ้าขืนยังเหยียบค้างอยู่ ผมมีเครื่อง Ej25 ลงขายอยู่ครับ

ยังมีต่อคร๊าบ
« Last Edit: June 26, 2014, 08:33:05 am by นุ้ยชาย » Logged

Hero Member
*****
Like Point: 637
Offline Offline
Posts: 3,038
คนเก่งยังมีอีกเยอะ
« Reply #2 on: June 24, 2014, 03:14:10 pm »

อันนี้ ต้นฉบับครับ

Cooling System in Vanagons: Explained

The following write-up is an article Lucas Valdes (Prez & Resident Mechanical Engineer of GoWesty) wrote to provide some info on the Vanagon cooling system operation.

All water-cooled Vanagons have an automatically controlled electric fan on the radiator. The way the system is supposed to work is like this: after the engine is started, the thermostat on the engine stays closed until the coolant temperature at the engine reaches 87°C (189°F). The thermostat then begins to open and allows hot coolant to flow to the radiator, which is located up front between the headlights. The temperature of the coolant continues to rise as long as there is no movement of air past the radiator, like when you are stopped in traffic. When the coolant temperature in the radiator gets up to 85°C (185°F), a thermostat switch on the radiator tells the electric fan on the radiator to come on. The fan continues to run until the temperature drops enough for the thermo switch to open, and then the fan shuts down. The coolant temp starts to rise again, and the process repeats. The indication on the temperature gauge (the needle) while this is happening should be about 2/3-3/4. This is normal. No need to freak just because the temperature gauge is up there. If you are driving at a speed that is low enough—a speed wherein air flowing past the radiator is not sufficient to keep the temperature of the coolant below 85°C—then the fan will cycle on and off in the same manner. If you are working the engine hard, like towing or climbing a steep hill on a hot day, even if the fan comes on the temperature may continue to climb. In that case, if the temperature gets up to 95°C (203°F), the fan comes on at a higher speed (loud!). This all happens at a temperature gauge reading of about 7/8. This is also normal, but start paying close attention. If the high-speed fan is not enough to control the temperature, the gauge will continue to climb and at about 15/16, the red light will start to flash. This is NOT NORMAL. That means slow down or even pull over.

So, when everything is hunky-dory, driving down the road at 65 mph on a 75° day, the temperature gauge needle should be somewhere around half way on the gauge, somewhere around the flashing bubble. Contrary to popular belief, if the temp is too low, that is not good. It is the responsibility of the THERMOSTAT on the engine to keep the coolant temperature from running TOO LOW. If the temperature is too low, your thermostat is either the incorrect one or it is no good. If the temperature runs too high, that is not good either. It is the responsibility of the RADIATOR to keep the coolant temperature from running TOO HIGH. However, if the temperature is too high it is not necessarily the radiator.

Vanagon cooling systems are a bit peculiar because the engine is in the back and the radiator is up front. The pipes that run between the two are BELOW both, so if air gets into the system it ends up in the highest point, which is the radiator. If air gets in the radiator it will stay there. There is a bleeder screw on the top of the radiator next to the right headlight used to get the air out. But if air gets back in, it will end up accumulating in the radiator again. That is why it is so important to address any loss of coolant IMMEDIATELY. If coolant can leak out, then air can get in, and you have to find out why. Like I have always said, if you can keep oil and coolant in one of a waterboxer, you can’t break ‘em. They will just go and go...

There were two different radiator fan systems used on Vanagons from 1983-1991. All 83-85 models, with or without AC had the smaller two-speed 200/300-watt radiator fan motor. Starting in 1986 the Vanagon either had that same system or, on vehicles equipped with FACTORY AC (not dealer-added “in-dash” AC), had a larger, one-speed, 450-watt fan motor. The higher wattage fan motor is easily distinguishable because the wiring bolts right on to the back of the motor. The lower wattage motor is a plug-in type. NOTE: With either system, It is NORMAL for the radiator fan to continue to run after the engine is shut of and the key is removed! It will run until the coolant in the RADIATOR cools off enough for the thermo-switch to open.

The low wattage system is comprised of:
1) Radiator (up front)
2) Two-stage thermo-switch on radiator
a. First stage comes on at a radiator temperature of 85C (185F)
b. Second stage comes on at a radiator temperature of 95C (203F)
3) Electric cooling fan on radiator, 200/300 watt
4) Fuse for fan first stage on fuse panel
a. #7 fuse on 83-85 models, 16 amp
b. #1 fuse on 86-91 models, 30 amp
5) Second stage relay for radiator fan high speed,
a. Under dash, to right of speedo on 83-85 models (round headlights)
b. On fuse panel, location #5 on 86-91 models (rectangular headlights)
6) Water pump on engine
7) Thermostat on engine
8] Hoses and pipes throughout

The 200/300-watt motor system is a two-speed design. The first stage activated by either the AC being turned on, or automatically by the radiator thermo-switch, second stage by the later only. With AC off, all the current for either speed flows through one fuse on the fuse panel, fuse #7 up to 1985 (German type ceramic bullet type fuses), fuse #1 on 86 and newer models (US blade-type ATC fuses). When in the first stage mode (low speed), current flows directly through the fuse, to a medium-gage wire (red with white stripe), which conducts current that enters the first stage contact on the thermo-switch, which is in first stage mode (85C/ 203F coolant temperature). Current travels through the switch and comes out of the switch via the wire that is red with a black stripe (same gage as red/white wire), the other end of which is connected to the first stage of the motor. In second stage mode (high speed), current flows through the same fuse and same red/white wire to the thermo-switch, which is now in the second stage mode (95C/203F coolant temperature). Now the current exits the switch via the red wire with the blue stripe (lighter gage). That wire goes back into the vehicle and under the dashboard and triggers the second stage relay, which in turn sends current via a larger gage, solid red wire to the motor’s second stage (high) mode. If a low-wattage vehicle was fitted with AC at the dealership, the AC system is wired such that, when the AC is switched on, the radiator fan operates at first stage through a separate fuse, and cycles on and off with the AC compressor. The exact location of the various AC electrical components, and the means by which the AC system wiring and vehicle wiring were interconnected varied with the type of A/C system used, who did it, what day of the week it was, and how high that person may or may not have been at the time. Sad, but true... The first thing to check when troubleshooting is the FUSE! If the radiator fans work when the AC is turned on, but not in automatic mode, it is probably the fuse. If nothing operates the fan, it’s probably the fan motor or the ground path (brown wire) to the motor. Another quick check is to unplug the thermo-switch and check for power at the red/white wire. If power is present, jumper the red/white wire to the red/black wire and the fan should come on at low speed. Jumper red/white to red/blue and high speed should come on.

The 450-watt system is comprised of:
1) Radiator (up front)
2) Two-stage thermo-switch on radiator
a. First stage comes on at a radiator temperature of 85C (185F)
b. Third stage comes on at a radiator temperature of 95C (203F)
3) Electric cooling fan on radiator, 450 watt
4) Resistor behind left headlight
5) Fuse for fan first and second stage on fuse panel, #1, 30 amp
6) Relay for fan second stage on fuse panel, location #5
7) Relay for radiator fan third stage under dash, to left of speedo
8] Fuse for fan third stage, strip type 50 amp right next the third stage relay
9) Water pump on engine
10) Thermostat on engine
11) Hoses and pipes throughout

The 450-watt system is a three-speed design. This system is found only on 86-91 vehicles fitted with factory AC. The resistor behind the left headlight can drop the voltage to the motor so it can run at one of two lower-than-full speeds. So the 450-watt fan motor, even though it is a one-speed motor, is actually made to run at one of three different speeds because of the design of the electrical system that controls it. The second stage (middle speed) comes on whenever the AC system is turned on, and cycles on and off with the AC compressor. The first and third stages are controlled by the thermo-switch on the radiator.

Mystery condition: On a super hot day charging up a long grade with AC blasting, you may hear the third-stage fan speed come on, even though the temperature on the gage is nowhere near 7/8’s. This contradicts everything I have explained above, and for some time puzzled me to no end. So, I put it out there for about three years for someone smarter that I to solve, and posted this on our site:

"Now, I have studied the wiring diagram for this system very, very carefully. I consider myself an expert at reading a wiring diagram. There is nothing in the wiring diagram that would indicate that the AC system can make the radiator fan come on at any speed other than the second stage. However, my experience with my own 87 Westy with factory AC is that, on a super hot day charging up a long grade at 80 MPH with my 2.4 liter engine and AC blasting, I have heard the third-stage fan speed come on when I KNOW FOR SURE the temperature on the gage is nowhere near 7/8’s. I know that the AC system is involved because I can feel the compressor shut-down as soon as the turbo-speed 747 fan comes on. Furthermore, it WILL NOT do this with the AC off. This condition--AC apparently tripping the radiator fan third stage even though the engine coolant temperature IS NOT too high--cannot be explained by reading the circuit diagram. So, maybe someone smarter than I can figure this one out..."

Enter: Chris Corkins a GoWesty customer from, you guessed it, the great HOT state of New Mexico. The folks down there rely on their AC to stay ALIVE. Chris correctly surmised the situation. In reading the circuit diagram it is clear that the AC compressor is automatically shut down when the third stage fan comes on. The designers did this to prevent overheating. They figured if the coolant was hot enough to trip the super turbo high speed 747 fan, it might be a good idea to shut down the AC compressor until the temperature dropped. This interaction between the radiator cooling fan and AC system was not something that escaped me, it is obvious by looking at the circuit diagram. And I was kinda right, that is that the AC system cannot control the radiator fan ELECTRICALLY. What I failed to grasp was that the AC system CAN control the radiator fan--not electrically--but instead THERMALLY. The coolant temperature as indicated on the temperature gage is measured back at the ENGINE. The radiator fan thermo-switch is measuring coolant temperature in the RADIATOR. It never occurred to me that the coolant in the radiator could be even HIGHER than the coolant leaving the engine. After all, the engine is where the heat is being GENERATED, right? Well, yes, but that is not the only heat source. In FRONT of the radiator is the AC condenser! That is an ADDITIONAL source of heat into the cooling system. So, under certain conditions, it IS possible for the coolant in the radiator to be hotter than the coolant leaving the engine, which is what you can see on your gage. So, in effect, the AC system is controlling the radiator fan speed THERMALLY. When this condition arose, I seemed to me that the AC system was controlling the radiator fan speed, which it indeed was, just NOT ELECTRICALLY (boy, is this guy Lucas a nerd, or what. What the hell is he talking about!). Well, lucky for me, there are other Vanagon nerds out there! Great work Sherlock, uh, I mean Chris! Thank you! Say, by the way, how are you fixed for work...

So, to summarize, the way the system is supposed to work with AC OFF is as follows:
1) Engine starts cold, thermostat closed
2) Coolant to radiator is shut off by thermostat
a. Note: Coolant to heater(s) is allowed to flow regardless of coolant temp
3) Thermostat begins to open at 87C (189F) allowing coolant to flow to radiator
4) Coolant temp rises until the temperature in the RADIATOR reaches 85C (185F)
5) Thermo-switch first stage closes, fan comes on at lowest speed
6) Fan stays on until temp in radiator drops enough for thermo-switch to open
7) Cycle repeats until you start to drive
8] At highway speed on flat ground on a 75 degree day temp reads about 1/2
9) Cooling fan stays OFF
10) Climbing a grade and/or on a hot day, temp will climb until first stage comes on
11) Continued hard running, temp will climb until second stage (on 2-speed systems) or third state (on three speed systems) comes on
12) Continued severe hard climbing, call GoWesty for a fresh engine.
« Last Edit: June 26, 2014, 08:20:48 am by นุ้ยชาย » Logged

Hero Member
*****
Like Point: 637
Offline Offline
Posts: 3,038
คนเก่งยังมีอีกเยอะ
« Reply #3 on: June 25, 2014, 04:17:50 pm »

ยาว ๆ ไป เดี๋ยวหารูปมาประกอบ กับวาดผังช่วยความเข้าใจนิดหน่อย
Logged

Global Moderator
Hero Member
*****
Like Point: 1036
Offline Offline
Posts: 7,686
I love syncro
« Reply #4 on: June 25, 2014, 08:21:02 pm »


likeครับ
Logged
Sr. Member
****
Like Point: 190
Offline Offline
Posts: 1,314
« Reply #5 on: June 25, 2014, 08:52:19 pm »

Like ครับพี่นุ้ย
Logged
Full Member
***
Like Point: 32
Offline Offline
Posts: 115
« Reply #6 on: June 25, 2014, 09:08:07 pm »

สุดยอดครับ happy1
Logged
Full Member
***
Like Point: 36
Offline Offline
Posts: 354
Transporter
« Reply #7 on: June 26, 2014, 06:44:46 am »

  ความอดทนในการพิมพ์ และ ตั้งใจสูงมากครับ ข้าผู้น้อยขอคาราวะ 
Logged
Hero Member
*****
Like Point: 637
Offline Offline
Posts: 3,038
คนเก่งยังมีอีกเยอะ
« Reply #8 on: June 26, 2014, 07:05:27 am »

ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ แปลหมดแล้วครับ
ต้นฉบับไม่มีรูปภาพประกอบ ถ้าว่าง จะเอามาลงให้ดูครับ
ขอ like ขอบคุณครับ
« Last Edit: June 26, 2014, 08:24:11 am by นุ้ยชาย » Logged

Full Member
***
Like Point: 36
Offline Offline
Posts: 354
Transporter
« Reply #9 on: July 03, 2014, 10:47:28 am »


เผื่อเป็นแนวคิด และ ทางเลือก ที่จะทดลองทำดู หรือ หาของไม่ได้
แต่จะเติมน้ำลำบากรึเปล่าไม่รู้นะ
visitors can't see pics , please register or login
Logged
Full Member
***
Like Point: 19
Offline Offline
Posts: 136
« Reply #10 on: August 04, 2014, 09:05:33 am »

 
Logged
Administrator
Hero Member
*****
Like Point: 735
Offline Offline
Posts: 6,495
« Reply #11 on: August 04, 2014, 11:38:29 am »

สุดยอด.....!!!!!
Logged

Full Member
***
Like Point: 43
Offline Offline
Posts: 185
T3x2
« Reply #12 on: August 05, 2014, 10:40:18 am »

 loading
Logged
Sr. Member
****
Like Point: 11
Offline Offline
Posts: 42
« Reply #13 on: August 06, 2014, 11:07:47 pm »

like ครับพี่นุ้ย
Logged
Pages: [1]   Go Up
  Print  
 
Jump to: